ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1291 - 1292/2538

ประเด็นกฎหมาย

ที่ดินทางพิพาทและสระว่ายน้ำเป็นภารจำยอมโดยผลของกฎหมายหรือไม่ และจำเลยที่ 4 ซึ่งรับโอนที่ดินไปต้องผูกพันหรือไม่

หลักกฎหมาย

ถนนและสระว่ายน้ำที่ผู้จัดสรรที่ดินจัดให้เป็นสาธารณูปโภคเพื่อประโยชน์แก่ผู้ซื้อบ้านในโครงการเสร็จแล้ว ย่อมเป็นภารจำยอมโดยผลของกฎหมายติดกับตัวทรัพย์ ผูกพันแก่บุคคลที่เป็นเจ้าของภารจำยอมตาม ป.พ.พ. มาตรา 1387 และผู้รับโอนที่ดินไปต้องมีหน้าที่บำรุงรักษาให้คงสภาพตลอดไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 1394 และประกาศของคณะ

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยที่ 4 รื้อถอนโรงรถและรั้วที่ปิดกั้นสระว่ายน้ำ และห้ามขัดขวางโจทก์ในการใช้สระว่ายน้ำ และให้ชดใช้ค่าเสียหาย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ดำเนินการก่อสร้างบ้านทาวน์เฮ้าส์และแบ่งขายพร้อมที่ดินรวม 15 หลัง มีถนนผ่านกลางหมู่บ้านและสระว่ายน้ำสำหรับผู้ซื้อบ้านใช้ร่วมกัน โดยมีการโฆษณา โจทก์ทั้งสองซื้อบ้านและที่ดินในโครงการดังกล่าว โดยมีสิทธิใช้ทางพิพาทและสระว่ายน้ำพิพาท จำเลยที่ 4 ซื้อที่ดินพิพาทซึ่งเป็นทางและสระว่าย

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1291 - 1292/2538นาง สุปราณี จันทรทัต กับพวกโจทก์บริษัท เรือนพร จำกัด กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 420, ม. 1387 ป.วิ.พ. ม. 177 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 ข้อ 30โจทก์บรรยายฟ้องว่าโจทก์ทั้งสองและจำเลยที่4ต่างได้ซื้อที่ดินและบ้านในโครงการจัดสรรของจำเลยที่1ที่2ที่3โดยการซื้อขายได้มีการตกลงยินยอมให้โจทก์มีสิทธิใช้ทางเดินพิพาทและสระว่ายน้ำพิพาทและบรรยายว่าที่ดินทั้งสองแปลงอยู่ในโครงการและการจัดสรรของจำเลยที่1ที่2ตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่286จำเลยที่4มิได้ให้การต่อสู้หรือปฏิเสธจึงถือว่ารับในประเด็นข้อนี้ จำเลยที่1ที่2ในฐานะผู้จัดสรรที่ดินได้จัดถนนและสระว่ายน้ำเป็นสาธารณูปโภคบนที่ดินดังกล่าวเพื่อประโยชน์แก่ผู้ซื้อบ้านในโครงการเสร็จแล้วถนนและสระว่ายน้ำจึงเป็นภารจำยอมเป็นประโยชน์แก่ที่ดินทุกแปลงซึ่งเป็นภารจำยอมโดยผลของกฎหมายติดกับตัวทรัพย์ผูกพันแก่บุคคลที่เป็นเจ้าของภารจำยอมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา1387เมื่อจำเลยที่4รับโอนที่ดินไปจึงต้องมีหน้าที่บำรุงรักษาให้คงสภาพตลอดไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา1394และประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่286จำเลยที่4สร้างโรงรถและปิดกั้นรั้วในที่ดินดังกล่าวจึงเป็นละเมิดต่อโจทก์คดี ทั้ง สอง สำนวน ศาลชั้นต้น มี คำสั่ง ให้ รวม การ พิจารณา และพิพากษา โดย ให้ เรียก นาง สุปราณี จันทรทัต เป็น โจทก์ ที่ 1 และ นาง อัมพร ทองคำคูณ เป็น โจทก์ ที่ 2คดี สำนวน แรก โจทก์ ที่ 1 ฟ้อง ว่า จำเลย ที่ 1 และ ที่ 2 ได้ จัดสรรขาย ที่ดิน พร้อม บ้าน แบบ ทาวน์เฮ้าส์ ใน โครงการ ชื่อ "สุขจิตแมนชั่น" รวม 15 หลัง บน โฉนด เลขที่ 2384 โดย โฆษณา เสนอ ว่า ผู้ซื้อ บ้าน ทุก หลังมีสิทธิ ใช้ ทาง ร่วมกัน และ มีสิทธิ ใช้