ความผิดฐานรับเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีเป็นลูกจ้าง ต้องพิสูจน์ว่านายจ้างรู้ว่าเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี
การจะมีความผิดฐานรับเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีบริบูรณ์เป็นลูกจ้าง ต้องพิสูจน์ว่านายจ้างรู้ว่าเด็กมีอายุต่ำกว่า 13 ปีบริบูรณ์ ซึ่งเป็นหน้าที่ของโจทก์ต้องนำสืบให้ได้
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ยกฟ้องในความผิดฐานรับเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีบริบูรณ์เป็นลูกจ้าง เนื่องจากโจทก์นำสืบไม่ได้ว่าจำเลยรู้ว่าเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี
จำเลยรับเด็ก 8 คนเป็นลูกจ้าง เด็กบอกอายุ 12 ปี แต่จำวันเดือนปีเกิดไม่ได้และไม่มีเอกสาร พนักงานสอบสวนไม่อาจทราบอายุแน่ชัด
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1473/2538พนักงานอัยการสำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์นาย วินัย ปรัชญานันทกุลจำเลย ป.อ. ม. 59 วรรคสาม ป.วิ.อ. ม. 15, ม. 227 วรรคหนึ่ง ป.วิ.พ. ม. 84 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 พ.ศ.2515 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ฉบับที่ 12 ข้อ 20การที่นายจ้างจะมีความผิดฐานรับเด็กหญิงอายุต่ำกว่า13ปีบริบูรณ์เข้าทำงานอันเป็นการใช้แรงงานเด็กตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงาน(ฉบับที่10)ข้อ20ซึ่งออกตามความในข้อ2(3)แห่งประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่103ลงวันที่16มีนาคม2515ต้องได้ความว่านายจ้างรู้ว่าเด็กที่ตนรับเป็นลูกจ้างอายุต่ำกว่า13ปีบริบูรณ์ซึ่งโจทก์จะต้องพิสูจน์ให้เห็นว่านายจ้างผู้รับเด็กเข้าทำงานรู้เช่นนั้นเมื่อโจทก์นำสืบไม่ได้นายจ้างก็ไม่มีความผิดโจทก์ฟ้องว่าเมื่อระหว่างวันที่3มิถุนายน2534เวลากลางวันถึงวันที่13พฤศจิกายน2534เวลากลางวันติดต่อกันจำเลยได้ตั้งโรงงานประกอบกิจการตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปและเปิดดำเนินงานประกอบกิจการตัดเย็บเสื้อผ้าโดยไม่ได้รับอนุญาตทั้งจำเลยยังได้ให้ที่พักอาศัยช่วยซ่อนเร้นแก่คนต่างด้าวเชื้อชาติลาวสัญชาติลาวจำนวน10คนซึ่งเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางอันถูกต้องไม่ผ่านเข้ามาตามช่องทางด่านตรวจคนเข้าเมืองและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตทั้งยังได้ช่วยเหลือบุคคลต่างด้าวทั้ง10คนดังกล่าวด้วยประการใดๆเพื่อให้บุคคลต่างด้าวดังกล่าวพ้นจากการถูกจับกุมโดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่าบุคคลต่างด้าวดังกล่าวเป็นคนต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมายนอกจากนี้เมื่อระหว่างวันที่3มิถุนายน2534เวลากลางวันถึงวันที่13พฤศจิกายน2534เวลากลางวันติดต่อกันตลอดมาจำเลยซึ่งเป