การชำระหนี้ของลูกหนี้ให้แก่เจ้าหนี้รายหนึ่งภายหลังที่มีการฟ้องล้มละลายและภายหลังศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจขอให้เพ
การที่จำเลยนำเงินเข้าบัญชีเพื่อชำระหนี้โจทก์หลังจากศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 2224 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 ตกเป็นโมฆะ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจขอให้เพิกถอนการชำระหนี้นั้นได้ และเมื่อถูกเพิกถอน โจทก์ต้องคืนเงินโดยไม่ต้องรับผิดดอกเบี้ยเพราะยังไม่มีการผิดนัด
ศาลฎีกาพิพากษากลับ ให้เพิกถอนการชำระหนี้ที่จำเลยชำระให้โจทก์ทั้งสามครั้ง และให้โจทก์ชำระเงิน 174,078.33 บาท แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลย โดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย
จำเลยกู้เงินจากโจทก์ตามสัญญาเครดิตเงินสดซึ่งมีข้อตกลงให้โจทก์หักบัญชีเงินฝากของจำเลยชำระหนี้ได้ ต่อมาโจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีล้มละลาย หลังจากฟ้องแล้วจำเลยนำเงินที่สมาชิกกู้จากโจทก์มาชำระหนี้โดยฝากเข้าบัญชีออมทรัพย์ของจำเลยเพื่อให้โจทก์หักชำระหนี้ การชำระหนี้บางส่วนเกิดขึ้นหลังจากศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2300/2533ธนาคาร เพื่อ การเกษตร และ สหกรณ์การเกษตรโจทก์องค์การตลาดเพื่อเกษตรกรผู้ร้องเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ผู้คัดค้านกลุ่ม เกษตรกร ชาวนา ตำบล บึง ศาลจำเลย ป.พ.พ. ม. 204, ม. 224 พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 ตาม หนังสือสัญญากู้เงินเครดิตเงินสด ข้อ 8 วรรคสอง คู่สัญญาตกลง กันว่า "ผู้กู้ยินยอมให้ธนาคารหักบัญชีเงินฝากของผู้กู้เพื่อชำระดอกเบี้ย หรือต้นเงินกู้ซึ่ง ถึง กำหนดชำระหรือถูก เรียกคืนตามสัญญา ข้อ 25 โดย ไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าแต่ อย่างใด" เห็นได้ ว่าเมื่อต้นเงินกู้หรือดอกเบี้ย ถึง กำหนดชำระนั้นเงินในบัญชีเงินฝากของจำเลยผู้กู้จะต้อง มีอยู่ ธนาคารโจทก์จึงจะหักเงินในบัญชีนั้นชำระหนี้เงินกู้หรือดอกเบี้ย ค้าง ชำระได้ แต่ ถ้า เงินในบัญชีไม่มีหรือมีแต่ ได้ หักชำระหนี้ต้นเงินกู้หรือดอกเบี้ย ที่ถึงกำหนดชำระหมดแล้ว การหักเงินชำระหนี้ตาม สัญญาข้อ 8 วรรคสองในภายหลังอีกย่อมไม่อาจกระทำได้ เพราะไม่มีเงินในบัญชีที่จะให้หัก โจทก์หักเงินในบัญชีทั้งหมดชำระหนี้ที่จำเลยค้างชำระแล้วจึงนำหนี้ที่คงเหลือมาฟ้องขอให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลาย การที่จำเลย ส่งเงินเข้าบัญชีเงินฝากภายหลังที่โจทก์ฟ้องให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลายแล้วโดย จำเลยไม่มีเงินพอที่จะชำระหนี้ให้ผู้ร้องและโจทก์นำเงินในบัญชีนั้นไปหักชำระหนี้โจทก์อีก ก็เป็นการที่จำเลย นำเงินนั้นไปชำระหนี้ให้โจทก์โดยตรง จึงทำให้โจทก์ได้เปรียบเจ้าหนี้อื่น ดังนี้ ชอบที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะมีคำขอให้ เพิกถอน การกระทำเช่นนั้นได้ การที่จำเลยนำเงินไปเข้าบัญชีเพื่อชำระหนี้โจทก์หลังจากศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดแล้ว เป็นการฝ่าฝืนต่อ มาตรา 2224แห่ง พ.ร.บ. ล้มละลายฯ นั้นกรณีตกเป็นโมฆะไม่มี ผลบังคับ ดัง