ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2405/2530

ประเด็นกฎหมาย

การเสพสุราในขณะปฏิบัติงานเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นกรณีร้ายแรงหรือไม่ และนายจ้างมีสิทธิเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยหรือสินจ้

หลักกฎหมาย

การฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานที่เป็นกรณีร้ายแรงตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ข้อ 47 (3) ไม่จำเป็นต้องรอให้เกิดความเสียหายแก่นายจ้างก่อน นายจ้างมีสิทธิเลิกจ้างได้ทันที และไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยหรือสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลแรงงานกลางที่พิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสอง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยประกอบกิจการผลิตเหล็กโดยใช้เครื่องจักร ซึ่งอาจเกิดอันตรายได้ง่าย จำเลยมีระเบียบข้อบังคับห้ามเสพสุราในขณะปฏิบัติงานโดยถือเป็นความผิดร้ายแรง โจทก์ทั้งสองเสพสุรามึนเมาในขณะปฏิบัติงาน โดยโจทก์ที่ 2 เคยถูกตักเตือนเป็นหนังสือมาแล้วสองครั้ง

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2405/2530นาย แสวง ประทุม วัน กับพวกโจทก์บริษัท โรงงาน เหล็ก กรุงเทพ จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 583 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2515 ข้อ 47 (3) พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 49จำเลยประกอบกิจการผลิตเหล็กโดยใช้เครื่องจักรในการผลิตและมีพนักงานเป็นผู้ควบคุมดูแลเครื่องจักร เป็นกิจการที่อาจเกิดอันตรายแก่พนักงานหรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่จำเลยได้ง่าย ที่จำเลยออกระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานห้ามเสพสุราในขณะปฏิบัติงานโดยถือเป็นความผิดร้ายแรง ก็เพื่อป้องกันภยันตรายที่จะเกิดแก่พนักงานหรือจำเลยไว้ล่วงหน้าดังนั้น เมื่อโจทก์ทั้งสองเสพสุรามึนเมาในขณะปฏิบัติงานย่อมเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับดังกล่าวเป็นกรณีร้ายแรงจำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องรอให้เกิดความเสียหายแก่จำเลยก่อน ไม่เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมและไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยหรือสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์.โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเป็นลูกจ้างประจำของจำเลยเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2529 จำเลยเลิกจ้าง โจทก์ทั้งสองโดยไม่มีความผิด ไม่มีเหตุอันสมควรและไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ขอให้จำเลยรับโจทก์ทั้งสองกลับเข้าทำงานตามเดิม มิฉะนั้นให้จำเลยจ่ายค่าเสียหาย ค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าพรอมดอกเบี้ยแก่โจทก์ทั้งสอง จำเลยให้การว่า เลิกจ้างโจทก์ทั้งสองเนื่องจากโจทก์ทั้งสองดื่มสุราในขณะปฏิบัติงาน เป็นการฝ่าฝืนระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยอย่างร้ายแรง โดยเฉพาะโจทก์ที่ 2 เคยฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานถูกจำเลยตักเตือนเป็นหนังสือมาแล้วสองครั้ง ศาลแรงงานกลาง พิพากษายกฟ