ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1596/2549พนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์โจทก์นายหนุน ทะบวงศรี กับพวกโจทก์ร่วมนายสุวัฒน์ วิสุทธิรัตนกุลจำเลย ป.วิ.อ. ม. 2 4, ม. 5, ม. 30 ป.วิ.พ. ม. 249เหตุเกิดรถชนกันผู้ตายมีส่วนประมาทอยู่บ้าง ผู้ตายจึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยในความผิดตาม ป.อ. 291 ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) โจทก์ร่วมซึ่งเป็นบุพการีผู้ตายย่อมไม่มีอำนาจจัดการแทนผู้ตายได้ตามมาตรา 5 (2) โจทก์ร่วมจึงไม่มีอำนาจเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการตามมาตรา 30 โจทก์ร่วมย่อมไม่มีสิทธิอุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยสถานหนักโดยไม่รอการลงโทษ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 รับวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวให้จึงไม่ชอบ และแม้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 จะพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลยโดยไม่รอการลงโทษ แต่เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 3 รับวินิจฉัยมาโดยไม่ชอบจำเลยก็ฎีกาไม่ได้ เนื่องจากเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 3 ต้องห้ามมิให้ฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 ศาลฎีกาพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและยกฎีกาของจำเลยโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2543 เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยขับรถกระบะ หมายเลขทะเบียน ม - 0681 บุรีรัมย์ ไปตามถนนสายโชคชัย - เดชอุดม โดยประมาทปราศจากความระมัดระวัง กล่าวคือ จำเลยขับรถมุ่งหน้าไปทางด้านอำเภอประโคนชัยมาถึงตรงบริเวณสามแยกและประสงค์จะเลี้ยวกลับรถตรงบริเวณสามแยกที่ไม่อนุญาตให้เลี้ยวกลับรถได้ แต่ต้องขับรถข้ามทางสามแยกไปก่อน เพื่อไปกลับรถตรงจุดที่มีป้ายสัญญาณจราจรอนุญาตให้เลี้ยวกลับรถได้ ทั้งนี้เพื่อมิให้เกิดอันตรายแก่ผู้อื่นหรือทรัพย์สินของผู้อื่นได้ ซึ่งจำเลยอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้ แต่หาได