ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 333/2550

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 333/2550จ่าสิบเอกสุชาย แสงหิรัญ กับพวกโจทก์พันตรีชวรินทร์ ชาญค้าจำเลย ป.พ.พ. ม. 420, ม. 672 พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 ม. 9โจทก์ทั้งหนึ่งร้อยห้าสิบเป็นสมาชิกกองทุนเงินสวัสดิการออมทรัพย์ โดยมีเงินฝากออมทรัพย์ฝากไว้กับกองทุนเงินสวัสดิการออมทรัพย์ดังกล่าวรวมเป็นเงิน 8,443,700 บาท จึงเป็นสัญญาฝากเงินซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 672 ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้รับฝากไม่พึงต้องส่งเงินคืนเป็นเงินอันเดียวกับที่รับฝาก ผู้รับฝากมีสิทธิที่จะเอาเงินนั้นออกใช้ก็ได้ เงินที่ฝากจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้รับฝาก ผู้รับฝากคงมีหน้าที่คืนเงินให้ครบจำนวนนั้นเท่านั้น เงินที่ฝากไว้และจำเลยยักยอกไปมิใช่เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ทั้งหนึ่งร้อยห้าสิบ จำเลยจึงมิได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งหนึ่งร้อยห้าสิบตามมาตรา 420 จำเลยไม่มีความผูกพันเป็นหนี้โจทก์ทั้งหนึ่งร้อยห้าสิบตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 9 (2) โจทก์ทั้งหนึ่งร้อยห้าสิบจึงไม่อาจฟ้องจำเลยให้ล้มละลายโจทก์ทั้งหนึ่งร้อยห้าสิบฟ้องว่า จำเลยเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของกองพันทหารราบมณฑลทหารบกที่ 11 มีหน้าที่ควบคุมดูแลเบิกจ่ายเงินฝากตามระเบียบกองพันมณฑลทหารบกที่ 11 ว่าด้วยเงินทุนสวัสดิการและการออมทรัพย์ กองพันมณฑลทหารบกที่ 11 พ.ศ.2540 ข้าราชการในหน่วยงานรวมทั้งโจทก์ทั้งหนึ่งร้อยห้าสิบได้ฝากเงินไว้กับกองทุนเงินสวัสดิการออมทรัพย์ ต่อมาหน่วยราชการได้ตรวจพบว่ามีการยักยอกเงินฝากไปจำนวน 12,921,065.21 บาท เงินดังกล่าวจำนวน 8,443,700 บาท เป็นเงินที่โจทก์ทั้งหนึ่งร้อยห้าสิบนำฝากไว้ จำเลยถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนและจำเลยได้ยอมรับต่อคณะกรรมการสอบสวนว่ายักยอกเงินดังกล่าวไปจริงและจะชำระเงินคืน จำเลยมิได้ชำระเงินค