ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 953/2548สำนักงานตำรวจแห่งชาติโจทก์พันตำรวจเอกธวัชชัย ศิริทรัพย์จำเลย ป.พ.พ. ม. 420 ป.รัษฎากร ม. 121 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 ม. 7พระราชกฤษฎีกาโอนกรมตำรวจ กระทรวงมหาดไทยไปจัดตั้งเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2541 มาตรา 3 บัญญัติว่า โจทก์เป็นส่วนราชการ และมีฐานะเป็นกรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติโจทก์จึงมีฐานะเป็นนิติบุคคลตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 มาตรา 7 (4) และเป็นส่วนราชการของรัฐบาล ห้องพิพาทที่จำเลยพักอาศัยเป็นส่วนหนึ่งของอาคารของสำนักงานตำรวจแห่งชาติโจทก์ เป็นทรัพย์สินของทางราชการ เมื่อจำเลยเกษียณอายุราชการจึงไม่มีสิทธิพักอาศัยอยู่ในห้องพิพาทต่อไปตามระเบียบของโจทก์ การที่จำเลยยังคงอยู่ในห้องพิพาทจึงเป็นการละเมิดต่อโจทก์ โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องและมอบอำนาจให้ผู้อื่นฟ้องขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากห้องพิพาทได้ โจทก์จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้กระทำงานของรัฐบาลโดยหน้าที่ หาใช่เป็นการกระทำโดยส่วนตัวไม่ การที่โจทก์มอบอำนาจให้ผู้อื่นฟ้องคดีจึงไม่จำต้องปิดอากรแสตมป์ในหนังสือมอบอำนาจ เพราะได้รับการยกเว้นตามมาตรา 121 แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น แม้หนังสือมอบอำนาจของโจทก์จะไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ก็มีผลใช้ได้ตามกฎหมาย ผู้รับมอบอำนาจจึงมีอำนาจฟ้องคดีแทนโจทก์และแต่งตั้งพนักงานอัยการเป็นทนายความดำเนินคดีแทนได้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย ได้มอบอำนาจให้สารวัตรงาน 2 กองกำกับการ 2 กองสวัสดิการ โดยตำแหน่งฟ้องคดีแทน จำเลยรับราชการตำรวจสังกัดโจทก์ ได้รับสิทธิให้เข้าพักอาศัยในอาคารบ้านพักของโจทก์ส่วนกลาง เลขที่ 33/167 อาคาร 2 อาคารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนกลาง (ซอยเฉลิมลาภ) ต่อมาวันที่ 1 ตุลาคม 2539 จำเลยพ้นจากราชก