ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3597/2549ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)โจทก์บริษัทชินภูม จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 193/30, ม. 1001, ม. 1002ป.พ.พ. มาตรา 1001 บัญญัติให้ฟ้องผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินภายในกำหนดเวลาสามปี นับแต่วันที่ตั๋วถึงกำหนด โดยไม่ได้บัญญัติว่าผู้ใดเป็นผู้ฟ้องดังเช่นมาตรา 1002 ที่บัญญัติให้ผู้ทรงตั๋วเงินฟ้องผู้สลักหลังและผู้สั่งจ่าย ดังนั้นการที่โจทก์ในฐานะผู้รับอาวัลจะฟ้องจำเลยให้รับผิดในฐานะผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงิน โจทก์จึงต้องฟ้องภายในกำหนดอายุความตาม มาตรา 1001 มิใช่ภายในอายุความสิบปีตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 5,740,852.48 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 13.75 ต่อปี ในต้นเงิน 4,300,595 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ประเด็นแรกว่า ฟ้องโจกท์ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า จำเลยได้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินตามฟ้องโดยสัญญาจะจ่ายเงินให้แก่ บริษัทแอสตราโก เอเชียเทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ในวันที่ 21 ตุลาคม 2540 โดยมีโจทก์ซึ่งประกอบกิจการธนาคารพาณิชย์ สาขาวิสุทธิ์กษัตริย์ เป็นผู้รับอาวัลตั๋วสัญญาใช้เงิน และบริษัทแอสตราโก เอเชียเทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะผู้ทรงได้นำตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าวไปขายลดให้แก่โจทก์ที่สาขาลุมพินี และได้รับเงินไปแล้วเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2537 แต่เมื่อถึงกำหนดใช้เงิน จำเลยไม่ชำระเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินแก่โจทก์ เห็นว่า วันถึงกำหน