ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5860/2530

ประเด็นกฎหมาย

การเลิกจ้างลูกจ้างที่ละทิ้งหน้าที่ไปดื่มสุรา ต้องจ่ายค่าชดเชยหรือไม่ และต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าหรือไม่

หลักกฎหมาย

แม้ลูกจ้างละทิ้งหน้าที่ทำให้นายจ้างเสียหาย แต่ถ้าข้อบังคับของนายจ้างมิได้กำหนดว่าการละทิ้งงานเป็นความผิดร้ายแรงถึงขั้นปลดออกไล่ออก นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชย อย่างไรก็ดี การละทิ้งหน้าที่ถือเป็นการละทิ้งการงานไปเสียตาม ป.พ.พ. มาตรา 583 นายจ้างไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า

คำวินิจฉัย

จำเลยต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ แต่ไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ลูกจ้างละทิ้งหน้าที่โดยออกไปดื่มสุรานอกบริเวณโรงงานตั้งแต่เวลา 22 ถึง 24 นาฬิกา ทำให้เครื่องพิมพ์ต้องหยุดและนายจ้างเสียหาย แต่ข้อบังคับของนายจ้างมิได้กำหนดว่าการละทิ้งงานเป็นความผิดร้ายแรงถึงขั้นปลดออกไล่ออก

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5860/2530นายบุญจันทร์ ลูกเงาะโจทก์บริษัทสิงห์โตบริการ จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 579, ม. 583 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46, ข้อ 47 (3)แม้การที่ลูกจ้างออกไปดื่มสุรานอกบริเวณโรงงานตั้งแต่เวลา22 ถึง 24 นาฬิกา จะเป็นการละทิ้งหน้าที่อันเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายแต่เมื่อข้อบังคับของนายจ้างมิได้กำหนดว่าเป็นความผิดอันมีโทษถึงปลดออก ไล่ออกแสดงว่านายจ้าง มิได้ถือ ว่าเป็นความผิดกรณีที่ร้ายแรง การที่นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างเพราะเหตุนี้จึงต้องจ่ายค่าชดเชยแก่ลูกจ้าง อย่างไรก็ดีการกระทำดังกล่าว เป็นการ "ละทิ้งการงานไปเสีย" ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 นายจ้างจึงไม่ต้องจ่าย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าโจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้างประจำ จำเลยเลิกจ้างโดยโจทก์ไม่มีความผิดและจำเลยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า จำเลยจึงต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตามกฎหมาย และโจทก์มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปี แต่จำเลยมิได้จัดให้โจทก์หยุด จำเลยต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้แก่โจทก์ นอกจากนี้ จำเลยค้างชำระค่าจ้างโจทก์ด้วย ขอศาลพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี และค่าจ้างค้างจ่ายพร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์จำเลยให้การว่า เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2530 เวลาประมาณ 22 นาฬิกาซึ่งเป็นเวลาทำงานของโจทก์ โจทก์กับพวกได้ร่วมกันละทิ้งหน้าที่โดยพากันออกไปดื่มสุรา เมื่อหัวหน้างานมาพบและให้กลับไปทำงาน โจทก์ไม่สามารถทำงานได้ เพราะอยู่ในลักษณะมึนเมา จำเลยต้องปิดเครื่องพิมพ์ซึ่งโจทก์ประจำทำงานนั้นการกระทำของโจทก์เป็นการจงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหายอย่