สัญญาจ้างที่กำหนดระยะเวลาจ้างไว้อย่างต่ำ 1 ปีและไม่เกิน 2 ปี ถือเป็นสัญญาจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาแน่นอนหรือไม่ และการบอกกล่าวล่วงหน้า การผิดสัญญาจัดหารถ
สัญญาจ้างที่กำหนดระยะเวลาจ้างไว้อย่างต่ำ 1 ปีและไม่เกิน 2 ปี ไม่ใช่กำหนดระยะเวลาการจ้างที่แน่นอน เพราะนายจ้างมีสิทธิเลิกจ้างเมื่อใดก็ได้ภายในกำหนดดังกล่าว การบอกกล่าวล่วงหน้าต้องชอบด้วยกฎหมาย โดยเมื่อค่าจ้างกำหนดจ่ายวันที่ 25 ของเดือน การเลิกจ้างต้องมีผลในวันที่ 25 มีนาคม การตกลงเปลี่ยนแปลงสัญญาโดยป
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าพร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์ ให้ยกคำพิพากษาศาลแรงงานกลางเกี่ยวกับการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม โดยให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยข้อเท็จจริงที่ว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะเหตุใด แล้วพิจารณาพิพากษาปัญหาข้อนี้ใหม่ นอกจากที่แก้และที่ยกนี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง
สัญญาจ้างกำหนดระยะเวลาจ้างอย่างต่ำ 1 ปีและไม่เกิน 2 ปี ค่าจ้างกำหนดจ่ายทุกวันที่ 25 ของเดือน จำเลยเลิกจ้างโจทก์วันที่ 1 มีนาคม โดยบอกกล่าวล่วงหน้าวันที่ 31 มกราคม โจทก์ใช้รถยนต์ส่วนตัวโดยจำเลยออกค่าใช้จ่ายโดยไม่ทักท้วง จำเลยผิดสัญญาประกันชีวิต โจทก์ทำงานครบหนึ่งปีแล้วถูกเลิกจ้าง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1604/2528นายเสริม โลหอุ่นจิตรโจทก์บริษัทเอฟ เอ็ม ซี (ประเทศไทย) จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 368, ม. 575, ม. 582 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 49, ม. 54 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 10, ข้อ 45, ข้อ 46 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 6) ลงวันที่ 31กรกฎาคม พ.ศ.2521 ข้อ 2สัญญาจ้างที่กำหนดระยะเวลาจ้างไว้อย่างต่ำ 1 ปีและไม่เกิน 2 ปีนั้นนายจ้างมีสิทธิเลิกจ้างลูกจ้างภายในกำหนดดังกล่าวเมื่อใดก็ได้กำหนดนั้นจึงไม่ใช่กำหนดระยะเวลาการจ้างที่แน่นอน(อ้างคำพิพากษาฎีกาที่2155/2524) เมื่อค่าจ้างกำหนดจ่ายกันทุกวันที่ 25 ของเดือนและจำเลยเลิกจ้างโจทก์วันที่ 1 มีนาคมโดยบอกกล่าวล่วงหน้าวันที่ 31 มกราคมดังนี้ ระยะเวลาบอกกล่าวล่วงหน้าจะชอบด้วยกฎหมายต่อเมื่อจำเลยเลิกจ้างในวันที่ 25 มีนาคม แม้จำเลยมีหน้าที่ต้องให้รถยนต์โจทก์ใช้ในการทำงานตามสัญญาจ้างก็ตามแต่เมื่อโจทก์เข้าทำงานจำเลยมิได้จัดรถยนต์ให้โจทก์ก็มิได้ทักท้วงกลับใช้รถยนต์ส่วนตัวโดยให้จำเลยออกค่าน้ำมัน ค่าซ่อมแซม และค่าใช้จ่ายอื่นๆเมื่อโจทก์ไปทำงานต่างจังหวัดจำเลยก็จัดหารถยนต์ให้เห็นได้ว่าโจทก์จำเลยตกลงแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญากันใหม่โดยปริยายแล้วโจทก์จะอ้างว่าจำเลยผิดสัญญาหาได้ไม่ การที่จำเลยเลิกจ้างเมื่อโจทก์ทำงานครบหนึ่งปีนั้นทำให้โจทก์สิ้นสภาพการเป็นลูกจ้างและไม่มีโอกาสจะใช้สิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีโจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี(อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 513/2524) เมื่อศาลแรงงานกลางมิได้วินิจฉัยว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะไม่เป็นธรรมหรือไม่ศาลฎีกาย้อนสำนวนไปให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยเหตุใดจึงไม่มีข้อ