ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1015/2527ร้อยตำรวจเอกเกษม มีสวัสดิ์โจทก์นายจุฬ เทียมรัตน์จำเลย ป.พ.พ. ม. 1330 ป.วิ.พ. ม. 86, ม. 104 พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ที่พิพาทอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติซึ่งต้องห้ามมิให้ยึดถือครอบครองหากโจทก์ซื้อโดยทราบอยู่ก่อนว่าจำเลยเป็นฝ่ายครอบครองทำประโยชน์ การซื้อของโจทก์ย่อมเป็นไปโดยไม่สุจริตแม้เป็นการซื้อมาจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลโจทก์ก็ไม่ได้สิทธิในที่พิพาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1330นอกจากนี้ในระหว่างราษฎรด้วยกันจำเลยซึ่งเป็นผู้ครอบครองทำประโยชน์ในที่พิพาทย่อมมีสิทธิดีกว่าโจทก์การที่จำเลยแถลงรับในชั้นชี้สองสถานว่าจำเลยไม่มีน.ส.3 สำหรับที่พิพาทยังไม่เพียงพอที่ศาลจะวินิจฉัยให้จำเลยแพ้คดีคดีจึงจำต้องทำการสืบพยานโจทก์จำเลยต่อไปให้สิ้นกระแสความโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ซื้อที่ดินพิพาทจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลโดยสุจริต โดยมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ และได้จดทะเบียนการได้มากับพนักงานเจ้าหน้าที่ ต่อมาเมื่อไปตรวจดูที่ดิน ปรากฏว่ามีมันสำปะหลังของจำเลยปลูกอยู่เต็มที่ดินพิพาท โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยออกไปจากที่ดินพิพาท จำเลยไม่ยอมออกขอให้บังคับจำเลยพร้อมบริวารออกจากที่ดินดังกล่าวจำเลยให้การว่าที่ดินพิพาท จำเลยเข้าครอบครองทำประโยชน์ตั้งแต่ พ.ศ. 2518ติดต่อเรื่อยมา โจทก์ซื้อที่ดินโดยไม่สุจริต เพราะทราบดีก่อนจะซื้อว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลย ที่ดินดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ โจทก์ต้องห้ามมิให้ยึดถือครอบครองโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจฟ้องชั้นชี้สองสถาน ทนายจำเลยแถลงว่าที่ดินพิพาทซึ่งป็นของจำเลยจำเลยไม่มี น.ส.3 ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีไม่จำต้องสืบพยานโจทก์จำเลยต่อไป ให้งดสืบพยานโจทก์จำเลย จำเลยแถลงคัดค้านคำสั่งศาลชั้น