ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2368/2527

ประเด็นกฎหมาย

การเลิกจ้างโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าและไม่จ่ายค่าชดเชย เนื่องจากการกระทำของลูกจ้างที่ปิดกั้นประตูโรงงานระหว่างนัดหยุดงานเป็นการจงใจทำให้เสียหาย และการคืน

หลักกฎหมาย

การกระทำของลูกจ้างที่จงใจทำให้เสียหาย เช่น การปิดกั้นประตูโรงงานระหว่างนัดหยุดงาน เป็นเหตุให้นายจ้างเลิกจ้างได้ทันทีโดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ตาม ป.พ.พ. มาตรา 582 และประกาศกระทรวงมหาดไทย ข้อ 47(2) การที่นายจ้างรอเลิกจ้างเพื่อรอฟังผลคดีหรือพิจารณาความประพฤติของลูกจ้าง ไม่ถือเป็

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยคืนเงินประกันแก่โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลแรงงานกลาง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ลูกจ้างร่วมกันปิดกั้นประตูโรงงานระหว่างนัดหยุดงาน นายจ้างรอเลิกจ้างเป็นเวลาปีกว่าเพื่อรอผลคดีละเมิดที่ฟ้องผู้นำ และพิจารณาความประพฤติของลูกจ้างแต่ละคนก่อนเลิกจ้างเฉพาะผู้ที่ยังไม่กลับตัว

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2368/2527นางสาวรัตนาภรณ์ จีนะวัฒน์โจทก์บริษัทโรงงานทอผ้าไทย จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 583 ป.วิ.พ. ม. 84 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2515 ข้อ 47(2)เมื่อการกระทำของโจทก์ที่นัดหยุดงานแล้วปิดกั้นประตูโรงงานของจำเลยเป็นการจงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย จำเลยย่อมเลิกจ้างโจทก์ได้ทันทีโดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยการที่จำเลยมิได้เลิกจ้างทันทีจนเวลาล่วงเลยมาปีเศษ และที่จำเลยพิจารณาลูกจ้างอื่นรวมทั้งโจทก์ที่เข้าทำงานตามคำสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่าลูกจ้างคนใดประพฤติตัวดีก็ไม่เลิกจ้าง คงเลิกจ้างเฉพาะผู้ที่มิได้กลับตัวประพฤติตนให้ดีขึ้นนั้น เป็นเพียงเหตุประกอบการพิจารณาที่จะอภัยแก่การกระทำของลูกจ้างและโจทก์ที่ปิดกั้นประตูโรงงานหรือไม่เท่านั้น และเหตุที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์กับพวกก็คือเหตุที่ร่วมกันปิดกั้นประตูโรงงานนั่นเองจึงถือไม่ได้ว่าจำเลยสละสิทธิเหตุที่จะเลิกจ้างโจทก์ และถือไม่ได้ว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม จำเลยให้การต่อสู้ว่าโจทก์กระทำผิดต่อกฎหมายอย่างร้ายแรง เป็นเหตุให้จำเลยได้รับความเสียหาย จึงไม่ต้องคืนเงินประกันแก่โจทก์ แต่จำเลยเพียงนำสืบว่าโจทก์ร่วมกันปิดกั้นประตูโรงงานของจำเลยเท่านั้น ไม่ปรากฏชัดว่าจำเลยเสียหายอย่างไรเป็นจำนวนเงินเท่าใด จำเลยจึงต้องคืนเงินประกันแก่โจทก์โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งแปดเป็นลูกจ้างประจำของจำเลย ขณะโจทก์เข้าทำงานจำเลยได้เรียกเงินประกันค่าเสียหาย โดยตกลงว่าจะคืนให้เมื่อเลิกจ้างต่อมาจำเลยได้เลิกจ้างโจทก์โดยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า โดยไม่มีสาเหตุความผิดเป็นการกลั่นแกล้งโจทก์ และเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย