ผู้จัดการธนาคารสาขาเป็นลูกจ้างที่มีหน้าที่ทำการแทนนายจ้างตามข้อ 36(1) แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน หรือไม่ และมีสิทธิได้รับค่าทำง
การออกหนังสือเตือนไม่ใช่โทษ เป็นเพียงมีผลให้ผู้ถูกเตือนอยู่ในเกณฑ์ที่จะไม่ได้รับการพิจารณาขึ้นเงินเดือนจากผู้มีอำนาจเท่านั้น จึงถือไม่ได้ว่าผู้จัดการสาขามีอำนาจทำการแทนนายจ้างสำหรับกรณีการลงโทษ การเสนอขอเลื่อนเงินเดือนมิใช่การมีอำนาจเลื่อนขั้นเงินเดือนโดยตรง จึงถือไม่ได้ว่ามีอำนาจทำการแทนนายจ้างสำหร
โจทก์มิใช่ลูกจ้างซึ่งมีหน้าที่ทำการแทนนายจ้างตามข้อ 36(1) แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ และมีสิทธิได้รับค่าทำงานในวันหยุด จำเลยต้องจ่ายค่าทำงานในวันหยุดที่ค้างจ่ายจำนวน 290.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีนับแต่วันที่ 26 กันยายน 2526 จนกว่าจะชำระเสร็จ
โจทก์เป็นผู้จัดการธนาคารสาขา ถูกสั่งให้ทำงานในวันหยุดชดเชยหนึ่งวัน เบิกค่าทำงานในวันหยุด 390.50 บาท จำเลยให้คืนเงิน 290.50 บาท โดยอ้างว่าเบิกไม่ถูกต้องตามระเบียบ โจทก์คืนเงินแล้ว ต่อมาสหภาพแรงงานขอให้จำเลยจ่ายเงินคืน จำเลยปฏิเสธเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2526
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2471/2527นายบุเรศ อารยะสุจินต์ฯโจทก์ธนาคารออมสินจำเลย ป.พ.พ. ม. 113, ม. 114 พ.ร.บ.ธนาคารออมสิน พ.ศ.2489 ม. 17 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2515 ข้อ 2, ข้อ 31, ข้อ 32, ข้อ 36(1), ข้อ 43โจทก์มีตำแหน่งเป็นผู้จัดการธนาคารสาขาของจำเลย การที่ โจทก์มีอำนาจออกคำเตือนพนักงานผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นหนังสือและพนักงานที่ถูกคำเตือน 3 ครั้งจะไม่ได้ขึ้นเงินเดือนก็ตาม แต่เมื่อหนังสือเตือนไม่ใช่โทษ เป็นเพียงมีผลให้ผู้ถูกคำเตือนอยู่ในเกณฑ์ที่จะไม่ได้รับการพิจารณาขึ้นเงินเดือนจากผู้มีอำนาจในการนี้เท่านั้น จึงถือไม่ได้ว่าโจทก์มีอำนาจทำการแทนนายจ้างสำหรับกรณีการลงโทษ และแม้โจทก์จะเป็นผู้เสนอขอเลื่อนเงินเดือน 2 ขั้นให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชา แต่ก็มิใช่เป็นผู้มีอำนาจที่จะเลื่อนชั้นเงินเดือน 2 ขั้น จึงถือไม่ได้อีกว่าโจทก์มีอำนาจกระทำการแทนนายจ้างสำหรับกรณีการให้บำเหน็จ ส่วนกรณีที่จะถือได้ว่าโจทก์เป็นตัวแทนในการจ้างลูกจ้างนั้น โจทก์ต้องมีอำนาจทำการแทนนายจ้างโดยตรง มิใช่เป็นกรณีผ่านการพิจารณาโดยผู้มีอำนาจมาก่อน ซึ่งผู้มีอำนาจในการรับลูกจ้างเข้าทำงานนี้ได้แก่คณะกรรมการของจำเลย โจทก์จึงไม่มีอำนาจหน้าที่ทำการแทนนายจ้างสำหรับกรณีการจ้าง ดังนั้น โจทก์มิใช่ลูกจ้างซึ่งมีหน้าที่ทำการแทนนายจ้าง ตามข้อ 36(1) แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ และมีสิทธิได้รับค่าทำงานในวันหยุด (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 1677-1678/2526) เมื่อโจทก์มีสิทธิได้รับค่าทำงานในวันหยุด การที่จำเลยมีระเบียบกำหนดให้โจทก์ไม่มีสิทธิเบิกค่าล่วงเวลาหรือค่าทำงานในวันหยุด จึงเป็นการแตกต่างไปจากที่กฎหมายบัญญัติไม่มีผลบังคับ โจทก์