ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 414/2515

ประเด็นกฎหมาย

คดีขาดอายุความฟ้องร้องหรือไม่ เมื่อผู้เสียหายร้องทุกข์เกินสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด

หลักกฎหมาย

ในความผิดอันยอมความได้ ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด มิฉะนั้นคดีขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 การที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินครั้งแรกโดยแจ้งให้นำเช็คมาเบิกเงินใหม่ ไม่ทำให้ผู้เสียหายไม่รู้ถึงความผิด เมื่อผู้เสียหายทราบว่าธนาคารปฏิเสธเพรา

คำวินิจฉัย

คดีของโจทก์และโจทก์ร่วมขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 พิพากษายืน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยออกเช็คจำนวน 100,000 บาท ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2510 ผู้เสียหายนำเช็คไปเข้าบัญชีครั้งแรกวันที่ 24 กรกฎาคม 2510 ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินโดยแจ้งให้นำเช็คมาเบิกเงินใหม่ เนื่องจากบัญชีจำเลยมีเงินไม่พอ วันรุ่งขึ้นวันที่ 25 กรกฎาคม 2510 ผู้เสียหายพบจำเลยและแจ้งว่าเช็คถูกปฏิเสธ จำเลยขอผัดชำระเงินสด ต่อมาผ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 414/2515พนักงานอัยการกรมอัยการโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นางแฉล้ม สุวรรณประกรโจทก์นายประสิทธิ์ หรือประวิทย์ ศรีสง่าจำเลย ป.อ. พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ผู้เสียหายนำเช็คของจำเลยไปเข้าบัญชี แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินโดยแจ้งว่าให้นำเช็คมาเบิกเงินใหม่ต่อมาได้นำไปเข้าบัญชีอีกครั้ง ธนาคารก็ปฏิเสธการจ่ายเงินอีกโดยอ้างว่าเกินข้อตกลง ดังนี้ ถือว่าผู้เสียหายได้รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิดแล้วตั้งแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินครั้งแรก เมื่อผู้เสียหายมิได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันนั้นคดีที่ฟ้องจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คซึ่งเป็นความผิดอันยอมความกันได้ย่อมขาดอายุความโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2510 เวลากลางวันจำเลยรู้อยู่แล้วว่าตนมีเงินในธนาคารไม่เพียงพออันจะพึงให้ใช้เงินได้ตามเช็ค ได้บังอาจออกเช็คธนาคารแห่งกรุงศรีอยุธยา จำกัด(สาขาเอกมัย) จำนวนเงิน 100,000 บาท ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2510สั่งจ่ายให้แก่ นางแฉล้ม สุวรรณประกร และห้างหุ้นส่วนจำกัดแฉล้มและบุตร ต่อมานางแฉล้ม สุวรรณประกร ได้นำเช็คดังกล่าวไปขึ้นเงินจากธนาคารเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2510 โดยนำเช็คนั้นไปเข้าบัญชีของตนที่ธนาคารไทยพัฒนา จำกัด แต่ธนาคารแห่งกรุงศรีอยุธยาจำกัด ได้ปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็ค และส่งเช็คคืนในวันเดียวกันนั้นอ้างว่า "เกินข้อตกลง" โดยจำเลยซึ่งเป็นเจ้าของบัญชียังเป็นลูกหนี้ของธนาคารเกินกว่าที่ตกลงกันไว้กับธนาคาร การกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นการออกเช็ค โดยในขณะที่ออกไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้และมีเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้นโดยทุจริต ต่อมาวันที่ 2 ธันวาคม 2510 นางแฉล้ม สุวรรณ