ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1306/2515

ประเด็นกฎหมาย

อายุความฟ้องละเมิด 1 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 448 เริ่มนับเมื่อใด เมื่อโจทก์รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแล้ว การที่ยังไม่รู้ตัวผู้

หลักกฎหมาย

ผู้เสียหายต้องใช้สิทธิเรียกร้องภายในอายุความ 1 ปี นับแต่วันที่รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน เมื่อรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแน่นอนแล้ว การที่ยังไม่รู้ตัวผู้ร่วมกระทำผิดด้วย หาอาจนำมาอ้างว่าไม่รู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนได้ไม่

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน ให้ยกฟ้องโจทก์ เพราะคดีขาดอายุความ 1 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 448

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ปลัดจังหวัดอนุมัติให้ผู้ช่วยเสมียนตราจังหวัดยืมเงินองค์การบริหารส่วนจังหวัดไปใช้ในงานก่อสร้างโดยผิดระเบียบ เป็นเหตุให้ผู้ช่วยเสมียนตราจังหวัดยักยอกเงิน ผู้ว่าราชการจังหวัดมีหนังสือถึงปลัดจังหวัดแจ้งผลการตรวจสอบและให้ร่วมรับผิด ต่อมาโจทก์ฟ้องเกิน 1 ปีนับแต่วันที่ได้รับหนังสือดังกล่าว

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1306/2515องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร โดยนายเที่ยง เฉลิมช่วง ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตรโจทก์นายเปรื่อง บุญเดช ที่ 1 นายประสม วราศิลป์ ที่ 2จำเลย ป.พ.พ. ปลัดจังหวัดสั่งอนุมัติให้ผู้ช่วยเสมียนตราจังหวัดยืมเงินขององค์การบริหารส่วนจังหวัดไปใช้ในงานก่อสร้างของแผนกโยธาจังหวัดโดยผิดระเบียบวิธีการงบประมาณและการคลังส่วนจังหวัด เป็นเหตุให้ผู้ช่วยเสมียนตราจังหวัดยักยอกเอาเงินไปใช้ส่วนตัวถือได้ว่าปลัดจังหวัดและผู้ช่วยเสมียนตราจังหวัดร่วมกันกระทำละเมิดต่อองค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนจังหวัดต้องใช้สิทธิเรียกร้องภายในอายุความ 1 ปี นับแต่วันที่รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนผู้เสียหายรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแน่นอนแล้วการที่ผู้เสียหายมีหนังสือสอบถามไปว่าจะยอมชดใช้เงินหรือไม่ถ้ายอมใช้ก็ไม่ต้องตั้งกรรมการสอบสวนเพื่อให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี และอาจมีผู้อื่นต้องร่วมรับผิดอีกก็ได้นั้นไม่เป็นข้อที่จะยกขึ้นมาขยายอายุความสิทธิเรียกร้องได้ ความที่ยังไม่รู้ตัวผู้ร่วมกระทำผิดด้วยหาอาจนำมาอ้างว่าไม่รู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนได้ไม่โจทก์ฟ้องว่า ระหว่างจำเลยที่ 1 เป็นปลัดจังหวัดพิจิตร จำเลยที่ 1 มีหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการทางหลวงจังหวัดพิจิตรตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมาย และสั่งหรืออนุญาตให้จ่ายเงินแผนกมหาดไทยแทนผู้ว่าราชการจังหวัดในเมื่อรักษาราชการแทน จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดได้สั่งอนุญาตให้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ช่วยเสมียนตราจังหวัดพิจิตรทำหน้าที่เกี่ยวกับการเงินของแผนกมหาดไทย ยืมเงินของโจทก์ไปทดรองจ่ายเกี่ยวกับกิจการทางหลวงจังหวัดพิจิตร แผนกโยธาเทศบาลจังหวัดพิจิตร ร