ภรรยาน้อยที่ไม่มีสินเดิม ไม่มีสิทธิขอแบ่งสินสมรสจากกองมรดกของผู้ตายตามกฎหมายลักษณะผัวเมีย
ตามกฎหมายลักษณะผัวเมีย บทที่ 68 และคำพิพากษาฎีกาที่ 821/2463 ภรรยาน้อยที่ไม่มีสินเดิม ไม่มีสิทธิได้รับส่วนแบ่งในสินสมรส
พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์
โจทก์เป็นภรรยาน้อยก่อนใช้ ป.พ.พ. บรรพ 5 ไม่มีสินเดิม จำเลยร่วมเป็นภรรยาหลวงมีสินเดิม โจทก์ฟ้องขอแบ่งสินสมรสโดยอ้างว่าทุกฝ่ายไม่มีสินเดิม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1310/2515นางสง่า ชื่นกำไรโจทก์ร้อยตรีชิต ชื่นกำไร ที่ 1 กับพวกรวม 3 คนจำเลยจำเลยร่วมจำเลยนางโภคสำรวจ (กิมเฮียะ ชื่นกำไรจำเลย ป.วิ.พ. ม. 249 กฎหมายลักษณะผัวเมีย บทที่ 68 พ.ร.บ.ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 ม. 4โจทก์เป็นภรรยาน้อยของผู้ตายก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ฟ้องขอแบ่งสินสมรสจากกองมรดกของผู้ตาย เมื่อปรากฏว่าโจทก์ไม่มีสินเดิมติดตัวมา โจทก์จึงไม่มีสิทธิจะขอแบ่งสินสมรสตามกฎหมายลักษณะผัวเมียบทที่ 68 (อ้างฎีกาที่ 821/2463)เมื่อปรากฏว่าฟ้องของโจทก์ตั้งประเด็นขอแบ่งสินสมรสโดยอ้างว่าทุกฝ่ายไม่มีสินเดิมด้วยกันมิได้ตั้งประเด็นเป็นเรื่องมรดกศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ ในเรื่องขอให้แบ่งสินสมรสภาคมรดกโจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับสามีได้เสียอยู่กินกันมาตั้งแต่ พ.ศ. 2473 สามีโจทก์ถึงแก่กรรมไปแล้ว ก่อนถึงแก่กรรมสามีโจทก์ได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินอันเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับสามีซึ่งยังรวมกันอยู่ให้จำเลยทั้งสามและบุคคลอื่น โจทก์ชอบที่จะได้รับส่วนแบ่งของโจทก์จากสินบริคณห์ระหว่างโจทก์กับสามีเสียก่อนที่จะนำไปแบ่งกันตามพินัยกรรมโจทก์ได้บอกกล่าวให้จำเลยทั้งสามซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกเป็นผู้รับพินัยกรรม และครอบครองทรัพย์มรดกส่วนใหญ่ ให้แบ่งสินสมรสของโจทก์จากกองทรัพย์มรดกให้โจทก์ จำเลยก็เพิกเฉยจึงขอให้ศาลบังคับจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ให้การว่าโจทก์เป็นภรรยาน้อยของขุนโภคสำรวจผู้ตาย โดยได้เสียกันมาตั้งแต่ พ.ศ. 2477 โจทก์ไม่มีสินเดิม นางกิมเฮียะ ชื่นกำไร เป็นภรรยาหลวง ได้สมรสอยู่กินกันมาตั้งแต่ พ.ศ. 2446 และอยู่บ้านเดียวกันมาจนกระทั่งขุนโภคสำรวจถึงแก่กรรม และมีบุตรหลายคน นางกิมเฮียะยังมีชีวิตอยู่ ขุนโภคสำรวจ ก