ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1709/2515

ประเด็นกฎหมาย

สัญญาจ่ายค่าเลี้ยงชีพที่ทำขึ้นระหว่างชายหญิงที่อยู่กินกันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส เมื่อชายจะแต่งงานใหม่ เป็นคำมั่นว่าจะให้โดยเสน่หาที่ต้องจดทะเบียนหรือไ

หลักกฎหมาย

สัญญาจ่ายค่าเลี้ยงชีพที่ทำขึ้นเพื่อมิให้เกิดความยุ่งยากเมื่อฝ่ายหนึ่งจะแต่งงานใหม่ ไม่ใช่การให้โดยเสน่หาตาม ป.พ.พ. มาตรา 526 ประกอบมาตรา 521 จึงไม่ต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และมีผลบังคับได้

คำวินิจฉัย

สัญญาเอกสารหมาย จ.1 มีผลบังคับได้โดยไม่ต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จำเลยผิดสัญญาต้องรับผิด พิพากษากลับให้จำเลยชำระเงินค่าเลี้ยงชีพที่ค้าง 9,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย 1,067.75 บาท รวม 10,067.75 บาท และดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีในต้นเงิน 9,000 บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จำเลยจ่ายค่าเลี้ยงชีพเดือนละ 300 บาทนับแต่วันฟ้องทุกเดือนจนกว่าโจทก์จะมีสามีใหม่

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์และจำเลยอยู่กินเป็นสามีภริยากันประมาณ 10 ปี โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส ต่อมาจำเลยประสงค์จะแต่งงานกับหญิงอื่น จึงทำสัญญาจ่ายค่าเลี้ยงชีพให้โจทก์เดือนละ 300 บาท ตลอดเวลาที่โจทก์ยังไม่มีสามีใหม่ จำเลยจ่ายเพียง 2 เดือนแล้วหยุดจ่าย

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1709/2515นางกิมเหี้ยง ทั่งทองโจทก์นายภิรมย์ เกื้อหนุนจำเลย ป.พ.พ. จำเลยทำสัญญาให้โจทก์ไว้ มีความว่า จำเลยได้เสียเป็นสามีภริยากับโจทก์มาประมาณ 10ปี แต่มิได้จดทะเบียนสมรสบัดนี้จำเลยประสงค์จะแต่งงานใหม่กับหญิงอื่น แต่โดยคุณงามความดีที่มีไมตรีต่อกันมานาน จำเลยจึงตกลงจ่ายเงินค่าเลี้ยงชีพให้แก่โจทก์เดือนละ 300 บาท ตลอดเวลาที่โจทก์ยังไม่มีสามีใหม่ ถ้าไม่ปฏิบัติตามสัญญา ขอให้โจทก์ฟ้องร้องต่อศาลหรือทางราชการกรมเจ้าสังกัดของจำเลยได้การแสดงเจตนาของจำเลย ดังนี้ มีลักษณะในทำนองที่จำเลยประสงค์จะมิให้เกิดข้อยุ่งยากขึ้นในระหว่างจำเลยกับโจทก์ในเมื่อจำเลยแต่งงานใหม่กับหญิงอื่น หาใช่การให้คำมั่นว่า จะให้ทรัพย์สินแก่โจทก์โดยเสน่หาตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 526 ประกอบด้วยมาตรา 521 ไม่ จึงมิใช่กรณีที่จะต้องมีการจดทะเบียนสัญญาต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อให้สัญญานี้มีผลบังคับ จำเลยมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าเลี้ยงชีพให้โจทก์ตามสัญญาโจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยได้เสียเป็นสามีภริยาและอยู่กินกันมา10 ปีเศษโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสและไม่มีบุตร ระหว่างที่อยู่กินกันนั้นได้ช่วยกันทำมาหากินเกิดมีทรัพย์สินขึ้นหลายอย่าง ครั้นเมื่อต้นปี พ.ศ. 2510 จำเลยอ้อนวอนโจทก์ว่า จำเลยประสงค์จะแต่งงานกับหญิงอื่นซึ่งมีอาชีพรับราชการเช่นเดียวกับจำเลย ขอให้โจทก์เห็นใจและขอแยกทางกับจำเลย โจทก์ตกลงโดยเห็นแก่อนาคตของจำเลย ในการที่โจทก์ยินดีสมัครใจแยกทางกับจำเลยนั้น จำเลยได้ตกลงทำสัญญาจะจ่ายค่าเลี้ยงชีพให้แก่โจทก์เดือนละ 300 บาทตลอดไปจนกว่าโจทก์จะมีสามีใหม่แล้วจำเลยได้จ่ายค่าเลี้ยงชีพให้แก่โจทก์เพียง 2 เดือนเท่านั้น ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินที่ค้างพร้อมด้วยดอกเบี้ย รวม 10,067 บาท 75 ส