ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1352/2542

ประเด็นกฎหมาย

ใบเตือนที่ไม่มีข้อความตักเตือนไม่ให้กระทำผิดซ้ำอีกและระบุผลของการกระทำผิดซ้ำ ถือเป็นหนังสือตักเตือนตามกฎหมายหรือไม่ และการเลิกจ้างโดยมีเหตุจากความผิดซ

หลักกฎหมาย

คำตักเตือนเป็นหนังสือตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(4) ต้องมีข้อความที่นายจ้างตักเตือนลูกจ้างไม่ให้กระทำผิดซ้ำอีก และหากกระทำผิดอีกจะถูกลงโทษ หากใบเตือนไม่มีข้อความดังกล่าว ย่อมไม่เป็นหนังสือตักเตือนตามกฎหมาย จำเลยจึงไม่อาจอ้างข้อยกเว้นไม่จ่ายค่าชดเชยและค่าจ้างสำหรับวันหยุดพ

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน 30,000 บาท และค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีอีก 2 วัน เป็นเงิน 666.50 บาท แก่โจทก์ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์มาทำงานสายเป็นประจำ จำเลยออกใบเตือนซึ่งระบุเพียงว่าโจทก์กระทำผิดมาทำงานสาย เป็นการกระทำที่ผิดระเบียบข้อบังคับของจำเลยเท่านั้น ไม่มีข้อความตักเตือนไม่ให้กระทำผิดซ้ำอีกและหากกระทำผิดอีกจะถูกลงโทษ หลังจากนั้นโจทก์ยังคงมาสายเป็นประจำและฝ่าฝืนคำสั่งอื่น ๆ ของจำเลย

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1352/2542นาย ประธาน ศรียุทธไกรโจทก์บริษัท อาร์ ซี เค มาสด้า จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 583 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 49, ม. 54 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(4) พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ม. 119 (4)คำตักเตือนเป็นหนังสือตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(4) นั้น จะต้องเป็นกรณีที่นายจ้างตักเตือนลูกจ้างที่ได้กระทำผิดฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของนายจ้างมิให้กระทำผิดเช่นว่านั้นซ้ำอีก หากกระทำจะต้องถูกลงโทษ ตามใบเตือนของจำเลยระบุแต่เพียงว่า โจทก์กระทำผิดมาทำงานสายเป็นการกระทำที่ผิดระเบียบข้อบังคับของจำเลยเท่านั้น มิได้มีข้อความที่เป็นคำตักเตือนของนายจ้างไม่ให้ลูกจ้างกระทำผิดเช่นนั้นซ้ำอีก และหากกระทำผิดอีกต้องถูกลงโทษ ใบเตือนของจำเลยจึงถือไม่ได้ว่าเป็นหนังสือตักเตือนตามกฎหมาย กรณีจึงไม่เข้าข้อยกเว้นที่จำเลยจะไม่จ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีและค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานข้อ 45,47(4) เพราะเหตุที่โจทก์กระทำผิดซ้ำ โจทก์กระทำการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานโดยมาทำงานสายหลายครั้ง และหลังจากจำเลยมีใบเตือนแล้ว โจทก์ก็ยังคงมาสายอยู่เป็น ประจำอีกทั้งยังกระทำการฝ่าฝืนคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของจำเลย เรื่องอื่น ๆ อีก การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์จึงเป็นการเลิกจ้างโดยมีเหตุอันสมควร ถือไม่ได้ว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม และโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับ สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 ด้วย ในวันพิจารณา โจทก์ได้แถลงรับข้อเท็จจริงต่อศาลแรงงานว่า ในการทำงานก