ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 215/2517

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องกรมแรงงานหรือไม่ ข้อพิพาทเกี่ยวกับเงินชดเชยเมื่อเลิกจ้างเป็นข้อพิพาทแรงงานหรือไม่ และคำสั่งให้จ่ายเงินชดเชยชอบด้วยกฎหมายหรือไ

หลักกฎหมาย

กรมแรงงานเป็นนิติบุคคล อธิบดีเป็นผู้แทนโดยตำแหน่ง โจทก์มีอำนาจฟ้องกรมแรงงานโดยตรง เงินชดเชยเมื่อเลิกจ้างถือเป็นค่าจ้างตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 19 ข้อ 2 กระทรวงมหาดไทยมีอำนาจออกประกาศกำหนดให้จ่ายเงินชดเชยได้ และคำสั่งของจำเลยทั้งสองออกโดยอาศัยอำนาจตามข้อ 2 และข้อ 3 มิใช่ข้อ 4 ที่ถูกยกเลิก

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ (เนื่องจากคำสั่งของจำเลยทั้งสองชอบด้วยกฎหมาย)

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยที่ 2 มีคำสั่งที่ 65/2511 ให้โจทก์จ่ายเงินชดเชยแก่นายจำนงค์ ศรีคชา กับพวก เท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 30 วัน เป็นเงิน 63,600 บาท โดยอ้างว่าจ้างติดต่อกันไม่น้อยกว่า 120 วันและเลิกจ้าง จำเลยที่ 1 มีคำสั่งที่ 4/2512 ยืนตาม โจทก์คัดค้านและฟ้องว่าคำสั่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 215/2517ห้างหุ้นส่วนจำกัดเทรลเล่อร์ทรานสปอร์ต โดย นายทวิช กลิ่นประทุม หุ้นส่วนผู้จัดการโจทก์กรมแรงงาน โดย นายเทียน อัชกุล อธิบดี ที่ 1 นายณรงค์ ฉิมธนู ที่ 2จำเลย ป.พ.พ. ม. 70, ม. 73, ม. 75, ม. 76, ม. 425 ป.วิ.พ. ม. 55 พ.ร.บ.กำหนดวิธีระงับข้อพิพาทแรงงาน พ.ศ.2508 ข้อพิพาทแรงงาน พ.ศ. 2508 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง ฉบับลงวันที่ 20 ธันวาคม 2501 , กรมแรงงานจำเลยที่ 1 เป็นกรมในรัฐบาลเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย อันความประสงค์ของจำเลยที่ 1 ย่อมแสดงปรากฏจากผู้แทนคืออธิบดีกรมแรงงานซึ่งเป็นผู้แทนโดยตำแหน่ง เมื่ออธิบดีกรมแรงงานซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 19 พิจารณาชี้ขาดข้อพิพาทระหว่างโจทก์กับลูกจ้างเกี่ยวด้วยเงินชดเชยซึ่งเป็นการปฏิบัติราชการตามตำแหน่งหน้าที่ โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ได้ หาจำต้องฟ้องอธิบดีกรมแรงงานในฐานะบุคคลผู้ดำรงตำแหน่งหน้าที่ไม่ จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 เจ้าหน้าที่ซึ่งกระทรวงมหาดไทยแต่งตั้งตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 19ได้ออกคำสั่งให้โจทก์จ่ายเงินชดเชยแก่ลูกจ้างนับว่าเกิดมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ของบุคคลขึ้นแล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องและโจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าคำสั่งที่จำเลยทั้งสองออกมาบังคับแก่โจทก์ตกเป็นโมฆะ มิได้ฟ้องให้จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดในการกระทำของจำเลยที่ 2 และไม่ใช่กรณีละเมิด จึงไม่ต้องบรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 2 ได้กระทำไปในทางการที่จ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องกำหนดเวลาทำงานฯลฯ ข้อ 27 เป็นเรื่องที่กระทรวงมหาดไทยออกโดยอาศัยอำนาจตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 19 ข้อ 2 ที่กำหนดให้นายจ้าง