ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1587/2517

ประเด็นกฎหมาย

การประกอบกิจการค้ำประกันของโจทก์เป็นการประกอบธุรกิจการค้าประเภทใด ระหว่างประเภทการค้า 10 (นายหน้าและตัวแทน) หรือประเภทการค้า 12 (ธนาคาร) เพื่อกำหนดอัต

หลักกฎหมาย

การเป็นนายหน้าตาม ป.พ.พ. มาตรา 845 และ 848 ต้องเป็นผู้ชี้ช่องให้คู่สัญญาเข้าทำสัญญากัน โดยได้รับบำเหน็จตอบแทน และไม่ต้องรับผิดในการชำระหนี้ตามสัญญา ส่วนตัวแทนตาม ป.พ.พ. ตัวการต้องรับผิดในกิจการที่ตัวแทนกระทำตามที่มอบอำนาจ การที่โจทก์เข้าผูกพันเป็นผู้ค้ำประกันโดยรับผิดส่วนตัวและใช้ทรัพย์สินของตนเองลง

คำวินิจฉัย

การประกอบกิจการค้าของโจทก์ไม่ใช่ประเภทการค้า 10 นายหน้าและตัวแทน แต่เป็นการประกอบธุรกิจการค้าในประเภทการค้า 12 ธนาคาร โดยกิจการของโจทก์เข้าลักษณะกิจการของผู้ที่ประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ โจทก์ต้องเสียภาษีการค้าอัตราร้อยละ 2.5 ของรายรับจากค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการที่เรียกเก็บ พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ทำสัญญาค้ำประกันลูกหนี้ของธนาคารกรุงเทพ จำกัด โดยได้รับค่าตอบแทนรายเดือนและส่วนแบ่งดอกเบี้ยจากธนาคาร และนำหลักทรัพย์มูลค่าสิบล้านบาทวางเป็นประกันต่อธนาคาร โจทก์ยื่นเสียภาษีการค้าในอัตราร้อยละ 2.5 แต่เจ้าพนักงานประเมินให้เสียในอัตราร้อยละ 5.5 ในฐานะนายหน้าและตัวแทน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1587/2517ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลกรุงเทพคอมประโดร์โจทก์โดยนายณรงค์ สุทธิกุลพาณิชย์ หุ้นส่วนผู้จัดการโจทก์กรมสรรพากร โดยนายเยื่อ สุสายัณห์ อธิบดี ที่ 1 กับพวกรวม 4 คนจำเลย ป.พ.พ. ม. 797, ม. 820, ม. 823, ม. 845, ม. 848 ป.รัษฎากร ม. 78, บัญชีอัตราภาษีการค้าโจทก์เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์ประกอบธุรกิจการค้าหลายประเภทซึ่งรวมทั้งการเข้าทำสัญญาค้ำประกันต่อธนาคาร ในการประกอบธุรกิจในทางค้ำประกันโจทก์ได้ทำสัญญาต่อธนาคารกรุงเทพ จำกัด โดยโจทก์จะรับเข้าเป็นผู้ค้ำประกันในบรรดาธุรกิจต่างๆ ซึ่งธนาคารจะมอบหมายให้เป็นผู้ค้ำประกันผู้เคยค้าที่จะทำนิติกรรมผูกพันกับธนาคาร ซึ่งในการนี้ธนาคารได้ช่วยค่าใช้จ่ายให้โจทก์เป็นรายเดือนๆ ละไม่น้อยกว่า 5,000 บาททุกเดือน และยังแบ่งผลประโยชน์ที่ธนาคารจะพึงได้รับจากดอกเบี้ยที่โจทก์เข้าค้ำประกันให้อีก ทั้งธนาคารยอมให้โจทก์เรียกผลประโยชน์ในการค้ำประกันจากลูกหนี้ตามสมควร โดยได้รับความเห็นชอบจากธนาคาร เพื่อประกันความเสียหายอันเกิดจากการกระทำของโจทก์ โจทก์ได้นำหลักทรัพย์มูลค่าสิบล้านบาทมาวางเป็นประกันไว้ต่อธนาคารการประกอบกิจการค้าของโจทก์ดังกล่าวแล้วเป็นเรื่องที่โจทก์ประกอบธุรกิจของโจทก์เองโดยโจทก์ใช้ทรัพย์สินเป็นการลงทุนวางเป็นประกันต่อธนาคารและในการที่โจทก์เข้าทำสัญญาค้ำประกันลูกหนี้กับธนาคารนั้น แม้โจทก์จะได้รับประโยชน์ตอบแทน โจทก์ก็เสี่ยงในการที่จะได้รับความเสียหายในฐานะร่วมรับผิดต่อธนาคารในฐานะเป็นผู้ค้ำประกันเป็นส่วนตัว การประกอบกิจการค้าของโจทก์จึงไม่เข้าลักษณะเป็นนายหน้าและตัวแทน ทั้งมิใช่เป็นการรับจัดธุรกิจให้ผู้อื่นตามบัญชีอัตราภาษีการค้าประเภทการค้า 10 แต่เป็นการประกอบธุรกิจก