การเพิกถอนนิติกรรมการให้โดยเสน่หาที่ดินและสิ่งปลูกสร้างซึ่งเป็นสินสมรส เนื่องจากไม่ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากภริยา
การที่สามีจะยกสินสมรสซึ่งเป็นสินบริคณห์ให้แก่ผู้ใดโดยเสน่หานั้น ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1473 สามีต้องได้รับความยินยอมของภริยาเสียก่อน เว้นแต่จะเป็นการให้ตามสมควรในทางศีลธรรมอันดีงามหรือในทางสังคม และตามมาตรา 1476 ความยินยอมนั้นต้องทำเป็นหนังสือ หากไม่ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือ การให้ย่อมไม่สมบูรณ์
พิพากษายืน ให้เพิกถอนนิติกรรมที่นายยกเตี้ยง แซ่แป๊ะ ยกที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่จำเลยทั้งสอง
โจทก์และจำเลยเป็นบุตรของนายยกเตี้ยง แซ่แป๊ะ แต่ต่างมารดา มารดาโจทก์และมารดาจำเลยต่างเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายยกเตี้ยง เนื่องจากอยู่กินเป็นสามีภริยาก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ที่พิพาทเป็นสินสมรส นายยกเตี้ยงทำนิติกรรมจดทะเบียนยกที่พิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่จำเลยโดยเสน่หา โดยไม่ป
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2180/2517นายเส่อุ้ย แซ่แป๊ะโจทก์นายเทียนอุ้ย แซ่แป๊ะ กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 113, ม. 1462, ม. 1473, ม. 1476 ป.วิ.พ. ม. 55, ม. 131, ม. 142, ม. 150, ม. 183 พ.ร.บ.ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 ม. 4 กฎหมายลักษณะผัวเมีย โจทก์และจำเลยต่างเป็นบุตรของ ย. แต่ต่างมารดากันมารดาโจทก์และมารดาจำเลยอยู่กินเป็นสามีภริยากับ ย.มาก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5. ใครจะเป็นภริยาหลวงหรือภริยาน้อยก็ตาม ก็อยู่ในฐานะเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของ ย. ด้วยกันทั้งคู่ การที่สามีจะยกสินสมรสซึ่งเป็นสินบริคณห์ให้แก่ผู้ใดโดยเสน่หานั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1473 สามีต้องได้รับความยินยอมของภริยาเสียก่อน เว้นแต่จะเป็นการให้ตามสมควรในทางศีลธรรมอันดีงามหรือในทางสังคม และตามมาตรา 1476การใดที่สามีหรือภริยากระทำซึ่งต้องรับความยินยอมจากกัน. ถ้าการนั้นมีกฎหมายบัญญัติให้ทำเป็นหนังสือหรือให้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ความยินยอมนั้นต้องทำเป็นหนังสือ ในระหว่างสมรส ย. ทำนิติกรรมจดทะเบียนยกที่พิพาทพร้อมด้วยสิ่งปลูกสร้างซึ่งเป็นสินสมรสให้แก่จำเลยโดยเสน่หา การให้ในกรณีนี้ถือไม่ได้ว่าเป็นการให้ตามสมควรในทางศีลธรรมอันดีงามหรือในทางสมาคม เมื่อไม่ปรากฏว่าภริยาของ ย. ได้ให้ความยินยอมเป็นหนังสือ การให้ดังกล่าวแล้วจึงไม่สมบูรณ์ หลังจากบิดาและมารดาโจทก์ถึงแก่ความตาย โจทก์ในฐานะทายาทโดยธรรมของมารดาซึ่งเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของ ย. เป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์พิพาทย่อมมีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการให้โดยเสน่หานี้ได้โจทก์กล่าวอ้างในฟ้องว่า ย. ได้ทำนิติกรรมยกที่พิพาทให้แก่จำเลย โดยมิได้รับความยินยอมของมารดาโจทก์ซึ่งเป็น