สัญญาจ้างทนายความที่กำหนดค่าจ้างเป็นรายข้อหา เป็นสัญญาจ้างทำของที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือไม่ และจำเลยต้องชำระค่าจ้างเท่าใ
สัญญาจ้างทนายความที่กำหนดค่าจ้างเป็นรายข้อหา ไม่เป็นสัญญาที่ส่งเสริมให้จำเลยเป็นความกับบุคคลอื่น ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน จึงไม่เป็นโมฆะตามมาตรา 113 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่เมื่อพิจารณาเอกสารการจ้างพบว่ามีการขีดฆ่าคำว่า "คดี" ออกโดยมิได้เซ็นชื่อกำกับ แสดงเจตนาว่า
สัญญาจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยไม่เป็นโมฆะ แต่จำเลยจ้างโจทก์แจ้งความหรือร้องทุกข์เพียงเรื่องเดียว โดยตกลงค่าจ้างรวม 3,500 บาท โจทก์รับชำระไปแล้ว 2,000 บาท จึงมีสิทธิเรียกร้องจากจำเลยอีก 1,500 บาท พร้อมดอกเบี้ย
จำเลยทั้งสองว่าจ้างโจทก์ในฐานะทนายความให้ตรวจสถานที่เกิดเหตุและร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน โดยตกลงค่าป่วยการตรวจสถานที่ 1,500 บาท และร้องทุกข์ข้อหาละ 2,000 บาท โจทก์ดำเนินการร้องทุกข์รวม 5 ข้อหา จำเลยชำระแล้ว 2,000 บาท ต่อมาจำเลยจ้างโจทก์ร้องทุกข์เพิ่มอีก 4 ข้อหา จำเลยที่ 2 ลงชื่อในข้อตกลงว่าจ้าง ต่อม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2610/2517นายสมมุ่ง มงคลชาติโจทก์นายวินิจ พงษ์ศิริ ที่ 1 นางบุญนาค พงษ์ศิริ ที่ 2จำเลย พ.ร.บ.ทนายความ พ.ศ.2508 ป.พ.พ. ม. 113, ม. 587จำเลยจ้างโจทก์ไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ รวบรวมรายละเอียดและหลักฐานเกี่ยวแก่ที่ดินของจำเลยที่ถูกบุกรุกและจ้างโจทก์ดำเนินการเกี่ยวแก่การแจ้งความหรือร้องทุกข์ที่ดินแปลงเดียวกันนี้ โดยยอมให้ค่าจ้างเป็นรายข้อหา สัญญาดังกล่าวเป็นสัญญาจ้างทำของและตามข้อสัญญาก็มิได้เป็นช่องทางให้โจทก์ดำเนินการแจ้งความหรือร้องทุกข์ได้หลายข้อหาเพื่อหวังจะได้ค่าจ้างมากขึ้นตามข้อหาเหล่านั้น เพราะการจะแจ้งความหรือร้องทุกข์กี่ข้อหากี่คดีย่อมแล้วแต่ความประสงค์ของจำเลย ผู้ว่าจ้างจะลงชื่อร้องทุกข์แจ้งความในข้อหาใดหรือไม่ ซึ่งโจทก์กำหนดราคาค่าจ้างให้จำเลยทราบก่อนแล้ว สัญญาดังกล่าวจึงไม่มีลักษณะเป็นสัญญาส่งเสริมให้จำเลยเป็นความกับบุคคลอื่น ไม่ขัดขวางต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ไม่เป็นโมฆะโจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองเป็นสามีภรรยากัน ได้ว่าจ้างโจทก์ในฐานะทนายความให้ไปตรวจสถานที่เกิดเหตุเรื่องบุคคลอื่นรบกวนสิทธิในที่ดินของจำเลย และร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน โดยตกลงให้ค่าป่วยการแก่โจทก์ในการตรวจสถานที่ เป็นเงิน 1,500 บาท ในการร้องทุกข์ ณ สถานีตำรวจข้อหาละ 2,000 บาท โจทก์ได้ไปตรวจสถานที่เกิดเหตุสอบสวนพยานหลักฐานและร้องทุกข์คดีอาญาต่อพนักงานสอบสวนรวม 5 ข้อหา คิดค่าป่วยการ 11,500 บาท จำเลยชำระให้โจทก์แล้ว 2,000บาท ต่อมาจำเลยจ้างโจทก์ให้จัดการร้องทุกข์เพิ่มเติมอีกโจทก์จัดการร้องทุกข์เพิ่มเติมให้จำเลยอีก 4 ข้อหา ซึ่งจำเลยจะต้องชำระเงินให้โจทก์อีก 8,000 บาท จำเลยที่ 2 ได้ลงชื่อในข้อตกลงว่าจ้างให้โจทก์ไว้เป็นหลักฐาน และโจทก์ได้