การกระทำของลูกจ้างที่เป็นหัวหน้าคนงานซึ่งเรียกคนงานที่กำลังทำงานเข้าไปในห้องพักโดยไม่ยอมให้ออกมาทำงาน จนนายจ้างต้องจัดคนอื่นมาทำแทน ถือเป็นการจงใจทำให
การที่ลูกจ้างซึ่งเป็นหัวหน้าคนงานเรียกคนงานที่กำลังทำงานเข้าไปในห้องพักโดยไม่ยอมให้ออกมาทำงาน จนนายจ้างต้องจัดคนอื่นมาทำแทน ถือเป็นการจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหายตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(2) และเป็นการละทิ้งหน้าที่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 นายจ้างจึงเ
พิพากษายืนตามศาลแรงงานกลางที่ยกฟ้องโจทก์
โจทก์เป็นหัวหน้าคนงาน มีหน้าที่ควบคุมดูแลคนงานให้ทำงาน แต่กลับเรียกคนงานที่กำลังทำงานเข้าไปในห้องพักโดยไม่ยอมให้ออกมาทำงาน ทั้งที่ยังมีงานต้องทำอีกมาก จนจำเลยต้องจัดคนอื่นมาทำแทน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2156/2525นายสมบูรณ์ ระงับโรคโจทก์องค์การแก้ว กระทรวงกลาโหมจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(2) ป.พ.พ. ม. 583โจทก์เป็นหัวหน้าคนงาน มีหน้าที่ต้องคอยบังคับบัญชาดูแลให้คนงานทำงานให้จำเลยซึ่งเป็นนายจ้าง แต่โจทก์กลับเรียกคนงานซึ่งกำลังทำงานให้จำเลยเข้าไปในห้องพักโดยไม่ยอมให้ออกมาทำงานทั้งๆ ที่ยังมีงานที่คนงานจะต้องทำให้จำเลยอีกจนจำเลยต้องจัดคนงานอื่นมาทำแทนการกระทำของโจทก์ถือได้ว่าเป็นการจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหายจำเลยย่อมเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย และการกระทำดังกล่าวถือได้ด้วยว่าโจทก์ละทิ้งหน้าที่อันเป็นเหตุให้จำเลยเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าโจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยอ้างว่าโจทก์ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาซึ่งไม่เป็นความจริง ในการเลิกจ้างจำเลยมิได้บอกกล่าวล่วงหน้าและไม่จ่ายค่าชดเชย ขอให้ศาลบังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้ากับค่าชดเชยจำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง โดยโจทก์ยุยงและชักชวนคนงานซึ่งอยู่ในความดูแลของโจทก์ละทิ้งหน้าที่การงานร่วมกับโจทก์โดยไม่มีเหตุอันสมควร เป็นการจงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยให้แก่โจทก์ ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า โจทก์เป็นหัวหน้าคนงานควบคุมการขนย้ายมีหน้าที่ต้องคอยบังคับบัญชาดูแลให้คนงานทำงานให้จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างอันเป็นการปฏิบัติหน้าที่ที่ถูกที่ควร และมิให้เกิดความเสียหายแก่จำเลย แต่โจทก์กลับเรีย