ฟ้องซ้ำและอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 ในฐานะตัวแทนเชิด
แม้ฟ้องไม่ซ้ำตาม ป.วิ.พ. มาตรา 148(3) แต่โจทก์ไม่อาจฟ้องจำเลยที่ 2 ในฐานะตัวแทนเชิดได้ เพราะจำเลยที่ 2 มิใช่นายจ้างของโจทก์ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
พิพากษายืน ให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 แสดงตนเป็นบริษัทเดียวกันกับจำเลยที่ 1 ต่อมามีการเลิกจ้างโจทก์ คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์สั่งให้รับกลับเข้าทำงาน คดีเดิมศาลวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่ใช่ลูกจ้างของจำเลยที่ 2 โจทก์จึงฟ้องจำเลยที่ 2 ในฐานะตัวแทนเชิดของจำเลยที่ 1
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2866/2525นายอัญชัญ โนรี กับพวกโจทก์บริษัทไทยซินเทติคเท็กซ์ไทล์ จำกัด กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 821 ป.วิ.พ. ม. 148 (3) ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2แม้คดีเดิมศาลจะพิพากษายกฟ้องโดยวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่ใช่ลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ไม่ตัดสิทธิโจทก์จะนำคดีมาฟ้องใหม่และคดีถึงที่สุดแล้วก็ตาม แต่เมื่อคดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกร้องให้จำเลยที่ 2 ซึ่งมิใช่นายจ้างของโจทก์ตามความหมายของกฎหมายคุ้มครองแรงงานให้รับผิดในฐานะตัวแทนเชิดของจำเลยที่ 1 โจทก์จึงไม่อาจฟ้องให้จำเลยที่ 2 รับผิดตามฟ้องได้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ได้แสดงให้ปรากฏแก่บุคคลภายนอกโดยทั่วไปเข้าใจว่าเป็นบริษัทเดียวกันกับบริษัทจำเลยที่ 1เสมอมาต่อมาพนักงานของจำเลยทั้งสองยื่นข้อเรียกร้องเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างแต่ตกลงกันไม่ได้จึงมีการนัดหยุดงาน จำเลยที่ 2 ปิดงานงดจ้าง และส่งข้อเรียกร้องไปให้คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ชี้ขาด ระหว่างนั้นจำเลยที่ 2 ได้ประกาศเลิกจ้างโจทก์ซึ่งเข้าร่วมในการยื่นข้อเรียกร้องโจทก์ยื่นคำร้องกล่าวหาว่าจำเลยที่ 2กระทำการอันไม่เป็นธรรม คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ชี้ขาดให้จำเลยที่ 2 รับโจทก์กลับเข้าทำงาน จำเลยที่ 2 ยื่นฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ผลที่สุดศาลฎีกาพิพากษายกฟ้อง จำเลยทั้งสองจึงยอมรับโจทก์กลับเข้าทำงานพฤติการณ์ของจำเลยทั้งสองถือได้ว่าจำเลยที่ 1 เชิดจำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนของตนจำลยทั้งสองจึงต้องรับผิดชอบร่วมกันในความเสียหายที่เกิดขึ้นกับโจทก์คือการที่โจทก์ขาดรายได้ประจำนับแต่วันเลิกจ้างจนถึงวันที่รับกลับเข้าทำงาน ขอให้ศาลบังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายให้แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเล