ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2916/2525
ประเด็นกฎหมาย
การเลิกจ้างโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าและการจ่ายค่าชดเชยเมื่อลูกจ้างฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับและละเลยหน้าที่ทำให้เสียหายร้ายแรง รวมถึงปัญหาวิธีพิจารณาเกี่ยวกั
หลักกฎหมาย
เมื่อลูกจ้างฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับ คำสั่ง และละเลยการปฏิบัติหน้าที่ทำให้จำเลยเสียหายอย่างร้ายแรง นายจ้างเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าตาม ป.พ.พ. มาตรา 583 และไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย และค่าเสียหาย
คำวินิจฉัย
พิพากษายืนตามศาลแรงงานกลาง
ข้อเท็จจริงสำคัญ
โจทก์เป็นลูกจ้างประจำ จำเลยเลิกจ้างโดยอ้างว่าโจทก์ไม่ใช้ความรู้ความสามารถ ไม่อยู่ควบคุมงาน ฝ่าฝืนข้อบังคับ ทำให้เสียหายร้ายแรง ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าจำเลยเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย โจทก์อุทธรณ์
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2916/2525นายนิพนธ์ สุวรรณสุขโรจน์โจทก์บริษัทอุตสาหกรรมท่อน้ำไทย จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 582, ม. 583 ป.วิ.พ. ม. 60, ม. 66, ม. 87 (2), ม. 88 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 31, ม. 45, ม. 54 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47แม้ผู้ที่จะกระทำการแทนบริษัทจำเลยได้ต้องมีกรรมการ 2คนลงชื่อและประทับตราสำคัญของจำเลย แต่วันเดียวกับที่ว. กรรมการของจำเลยลงชื่อในคำให้การ แต่ผู้เดียวโดยมิได้มีตราสำคัญประทับนั้น จำเลยได้ทำหนังสือมอบอำนาจให้พ. เป็นผู้มาชี้แจงให้ถ้อยคำและต่อสู้คดีแทนจำเลยด้วยเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลฎีกาสั่งให้จำเลยแก้ไขข้อบกพร่องเรื่องอำนาจผู้ยื่นคำให้การได้การสืบพยานในศาลแรงงานนั้น ศาลแรงงานจะเป็นผู้ซักถามพยานเองตัวความหรือทนายความจะซักถามพยานได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากศาลแรงงาน ดังนั้น เมื่อคดีนี้ศาลแรงงานกลางได้ดำเนินการซักถามพยานโจทก์จำเลยโดยตลอด และไม่ปรากฏตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่าศาลแรงงานกลางได้ยกเอาคำซักถามพยานของพ. ผู้รับมอบอำนาจจากจำเลยซึ่งมิได้เป็นทนายความตอนใดขึ้นมาเป็นเหตุผลประกอบคำวินิจฉัย อุทธรณ์โจทก์จึงไม่มีผลเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาศาลแรงงานกลางเป็นอย่างอื่นศาลแรงงานกลางมีอำนาจสั่งอนุญาตให้จำเลยระบุพยานเพิ่มเติมได้หลังจากสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว โดยเป็นดุลพินิจของศาลแรงงานกลางที่จะสั่งตามที่เห็นสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ดังนั้น การที่โจทก์อุทธรณ์ว่าทำให้โจทก์เสียเปรียบนั้นจึงเป็นการอุทธรณ์ดุลพินิจของศาลอันเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงเมื่อโจทก์ฝ่าฝืนระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง ของจำเลยทั้งละเลยการปฏิบัติหน้าที่ทำให้จำเลยเสียหายอย่างร้ายแรงจำเลยย่อมเลิกจ้างได้โดยไม่