ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3572/2525

ประเด็นกฎหมาย

การที่ลูกจ้างไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งนายจ้างที่ให้ไปทำงานในตำแหน่งใหม่หลังจากยุบหน่วยงานเดิม โดยอ้างว่าเงินเดือนและผลประโยชน์ลดลง ถือเป็นการจงใจฝ่าฝืนคำ

หลักกฎหมาย

เมื่อนายจ้างมีความจำเป็นต้องยุบหน่วยงาน นายจ้างย่อมมีอำนาจโดยชอบที่จะจัดให้ลูกจ้างเข้าทำงานในตำแหน่งและหน่วยงานใหม่ที่เหมาะสมต่อไป ลูกจ้างจะไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งโดยอ้างเหตุว่าเงินเดือนและผลประโยชน์ต่ำกว่าที่เคยได้รับหาได้ไม่ เพราะเป็นคนละกรณีไม่เกี่ยวเนื่องกัน การไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวถือเป

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน (ตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลางที่ให้จำเลยจ่ายค่าจ้างที่ค้างให้แก่โจทก์ และยกคำขออื่นของโจทก์)

ข้อเท็จจริงสำคัญ

เดิมโจทก์เป็นพนักงานขายประกันของจำเลย ต่อมาจำเลยมีความจำเป็นต้องยุบแผนกประกันประเภทบุคคลซึ่งโจทก์ทำงานอยู่ และได้สั่งให้โจทก์ไปทำงานในแผนกอนุรักษ์กรมธรรม์ โจทก์ไม่ปฏิบัติตามโดยไม่ยอมทำงานในตำแหน่งที่จำเลยสั่งให้ทำ โดยอ้างเหตุว่าตำแหน่ง เงินเดือนและผลประโยชน์ที่พึงจะได้จากการทำงานในตำแหน่งใหม่ต่ำกว่า

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3572/2525นางชวนพิศ ธรรมารักษ์โจทก์บริษัทการแพทย์และสุขภาพประเทศไทย จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 583 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(3)การที่จำเลยยุบหน่วยงานที่โจทก์ประจำอยู่เพราะมีความจำเป็นเกี่ยวกับการดำเนินกิจการของจำเลยนั้น จำเลยย่อมมีอำนาจโดยชอบที่จะจัดให้โจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างเข้าทำงานในตำแหน่งใหม่ที่เหมาะสมต่อไป โจทก์จะไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งโดยอ้างเหตุว่าเงินเดือนต่ำกว่าที่เคยได้รับหาได้ไม่เพราะเป็นคนละกรณีไม่เกี่ยวเนื่องกัน ดังนั้นการที่โจทก์ไม่ยอมปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของจำเลยจึงถือได้ว่าเป็นการจงใจฝ่าฝืนคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของนายจ้างอันเป็นกรณีร้ายแรง จำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวเลิกจ้างล่วงหน้าโจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีความผิด ไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้าและไม่จ่ายค่าชดเชย จำเลยค้างจ่ายค่าจ้าง จึงขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าจ้าง ค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์จำเลยให้การว่า โจทก์จงใจขัดคำสั่งของผู้บังคับบัญชาอันชอบด้วยกฎหมายถือว่าเป็นการกระทำผิดอันร้ายแรง จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยขอให้พิพากษายกฟ้องศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ส่วนค่าจ้างที่ค้างจำเลยมิได้ให้การโต้แย้งไว้จึงต้องจ่ายให้แก่โจทก์ พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าจ้างที่ค้างให้แก่โจทก์ คำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยกผู้พิพากษาสมทบนายหนึ่งทำความเห็นแย้งว่า จำเลยสั่งย้ายโจทก์เป็นการลดรายได้ของโจทก์ลง เป็นคำสั่งที่มิชอบ การยุบแผนกเท่ากับเป็นการยุบตำแหน่งของโจทก์