ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 352/2524

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาว่าโจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2 หรือไม่ และมีสิทธิได้รับค่าชดเชยหรือไม่

หลักกฎหมาย

ลูกจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2 หมายถึงผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างเพื่อรับค่าจ้าง หากค่าจ้างที่ได้รับมิใช่ค่าจ้างที่จำเลยจ่ายให้ แต่เป็นเงินที่ลูกค้าจ่ายโดยตรง และจำเลยไม่มีอำนาจสั่งการเกี่ยวกับการทำงาน ถือไม่ได้ว่าเป็นลูกจ้าง

คำวินิจฉัย

โจทก์มิใช่ลูกจ้างของจำเลยตามความหมายแห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2 พิพากษายืนตามศาลแรงงานกลาง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นช่างตัดผมอยู่ที่ร้านของจำเลย โดยจำเลยเป็นผู้ออกอุปกรณ์ ค่าตัดผมแบ่งกันร้อยละ 40 และ 60 ไม่มีระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน จำเลยไม่มีอำนาจสั่งการ โจทก์จะมาทำงานหรือไม่ก็ได้ ค่าจ้างที่โจทก์ได้รับมาจากลูกค้าโดยตรง มิใช่จากจำเลย

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 352/2524นายสมศักดิ์ บุญมณีโรจน์ กับพวกโจทก์นายโสภณ ฤทธิอุยานนท์ กับพวกจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2 ป.พ.พ. ม. 575โจทก์เป็นช่างตัดผมอยู่ที่ร้านของจำเลย โดยจำเลยเป็นผู้ออกอุปกรณ์ของใช้ต่างๆ ค่าตัดผมที่โจทก์ตัดจำเลยได้ร้อยละ 40 โจทก์ได้ร้อยละ 60 ไม่มีระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ลักษณะเห็นได้ว่าจำเลยไม่มีอำนาจสั่งการเกี่ยวกับการทำงานของโจทก์ โดยเป็นทำนองจำเลยมีร้านตัดผมและอุปกรณ์แต่ไม่สามารถตัดเองได้ ก็หาประโยชน์โดยเปิดโอกาสให้ช่างตัดผมเข้ามาทำการตัดผมในร้านของจำเลยและแบ่งรายได้ที่ช่างตัดผมได้รับเป็นของจำเลยส่วนหนึ่ง การทำงานของโจทก์เป็นการกระทำให้ได้มาซึ่งค่าจ้างจากลูกค้า ค่าจ้างที่โจทก์ได้รับมิใช่ค่าจ้างที่จำเลยจ่ายให้ ถือไม่ได้ว่าโจทก์ตกลงทำงานให้แก่จำเลยเพื่อรับค่าจ้าง โจทก์จึงมิใช่ลูกจ้างของจำเลยตามความหมายแห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 2โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้จ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลยต่อมาจำเลยจะเปลี่ยนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน โจทก์ไม่ยินยอมจำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์โดยไม่จ่ายค่าชดเชยให้ ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์จำเลยให้การว่า จำเลยมิใช่นายจ้างของโจทก์ แต่ได้สัญญากันประกอบกิจการตัดผม โดยจำเลยเป็นเจ้าของสถานที่และอุปกรณ์ โจทก์เป็นผู้ตัดผม ได้เงินแล้วโจทก์ได้ร้อยละ 60 จำเลยได้ร้อยละ 40 จำเลยจะขอขึ้นค่าไฟฟ้า โจทก์ไม่ยอม โจทก์ที่ 7 ด่าว่าและขู่จะทำร้ายจำเลยจำเลยจึงไล่โจทก์ที่ 7 โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 6 พากันเลิกสัญญาเองศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ข้อตกลงระหว่างโจทก์กับจำเลยมีลักษณะเป็นการตกลงกันประกอบกิจการเพื่อหาผลประโยชน์มาแบ่งกันโดยจำเลยเป็นฝ่ายออกทุน