ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 861/2524

ประเด็นกฎหมาย

การนำกฎหมายที่ใช้ภายหลังซึ่งเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบความผิดและเป็นคุณแก่จำเลยมาบังคับใช้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3

หลักกฎหมาย

เมื่อกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดแตกต่างกับกฎหมายที่ใช้ภายหลัง โดยกฎหมายภายหลังเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบความผิดและเปิดโอกาสให้จำเลยอ้างเหตุผลอันสมควรเป็นข้อแก้ตัวได้ ถือว่ากฎหมายภายหลังเป็นคุณแก่จำเลย และต้องนำมาบังคับใช้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 หากฟ้องโจทก์ไม่ปรากฏองค์ประกอบความผิดตามกฎหมายใหม่ ศาล

คำวินิจฉัย

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยเป็นผู้ขายปลีกไม้ขีดไฟซึ่งเป็นสินค้าควบคุม ปฏิเสธไม่ขายให้แก่ผู้ขอซื้อจำนวน 1 ห่อ (600 กลัก) โจทก์ฟ้องตามพระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ. 2490 ต่อมากฎหมายดังกล่าวถูกยกเลิกและมีพระราชบัญญัติกำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูกขาด พ.ศ. 2522 ซึ่งบัญญัติความผิดในลักษณะใกล้เคียงแต่มีองค์ประกอบเ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ป.อ. ม. 3
  • มาตรา 16 ของพระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควร
  • มาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติกำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูกขาด
  • มาตรา 16 ของพระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควรกล่าวคือ
  • มาตรา 30แห่งพระราชบัญญัติกำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูกขาด

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 861/2524พนักงานอัยการกรมอัยการโจทก์นางติ๊กแฮะ แซ่บุ้งจำเลย พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ.2490 พ.ร.บ.กำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูกขาด พ.ศ.2522 ป.อ. ม. 3โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ. 2490 มาตรา 16 ที่แก้ไขเพิ่มเติม ต่อมาพระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควรได้ถูกยกเลิกโดยพระราชบัญญัติกำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูกขาด พ.ศ. 2522 โดยพระราชบัญญัติกำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูกขาด มีบทบัญญัติมาตรา 30กำหนดหลักการไว้ใกล้เคียงกับมาตรา 16 ของพระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควร ดังนี้ เมื่อกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดแตกต่างกับกฎหมายที่ใช้ภายหลังการกระทำความผิด โดยกฎหมายที่ใช้ภายหลังได้เปลี่ยนแปลงองค์ประกอบแห่งความผิด และเปิดโอกาสให้จำเลย อ้างเหตุผลอันสมควรมาเป็นข้อแก้ตัวได้ จึงต้องถือว่ากฎหมายที่ใช้ภายหลังเป็นคุณแก่จำเลย และต้องนำมาบังคับใช้ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2522 เวลากลางวัน จำเลยเป็นผู้ทำการขายปลีกไม้ขีดไฟซึ่งเป็นสิ่งของควบคุมการผลิตการจำหน่ายและห้ามค้ากำไรเกินควรตามประกาศของคณะกรรมการการค้ากำไรเกินควร และจำเลยได้ทราบประกาศแล้ว ได้มีนายสมชายกับพวกมาขอซื้อปลีกไม้ขีดไฟจำนวน 1 ห่อ (ห่อละ 600 กลัก) ด้วยเงินสดจากจำเลยอันเป็นจำนวนและปริมาณไม่เกินควรแก่การใช้ แต่จำเลยไม่ยอมขายปลีกให้นายสมชายกับพวกเหตุเกิดที่แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ. 2490 มาตรา 8, 8 ทวิ, 16, 21 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2517 มาตรา 6, 7 ประกาศคณะกรรมการกลางป้องกันการค้ากำไรเกินควร (ฉบับที่ ป.1) พ.ศ. 252