สัญญาประนีประนอมยอมความเกี่ยวกับค่าชดเชยที่ทำขึ้นผิดแผกแตกต่างไปจากประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน เป็นโมฆะ
ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน เป็นกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน สัญญาประนีประนอมยอมความเกี่ยวกับค่าชดเชยที่ทำขึ้นผิดแผกแตกต่างไปจากประกาศดังกล่าวจึงเป็นโมฆะ ใช้บังคับมิได้
สัญญาประนีประนอมยอมความเกี่ยวกับค่าชดเชยซึ่งทำขึ้นผิดแผกแตกต่างไปจากประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน เป็นโมฆะ ใช้บังคับมิได้ พิพากษายืนให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยส่วนที่ขาดแก่โจทก์
จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสามซึ่งเป็นลูกจ้างประจำเพราะปิดกิจการ และจ่ายค่าชดเชยน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด โจทก์จำเลยตกลงระงับข้อพิพาทโดยโจทก์ยอมรับค่าชดเชยที่จำเลยเสนอให้ตามบันทึกการจ่ายค่าชดเชย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3583/2524นายดำรงค์ ศรีสุทธิ์ กับพวกโจทก์บริษัทมหาวงษ์ผลิตเหล็ก จำกัดจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2, ข้อ 46 ป.พ.พ. ม. 113, ม. 114ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มีวัตถุประสงค์ในอันที่จะก่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ลูกจ้างเป็นการคุ้มครองและอำนวยประโยชน์แก่ลูกจ้างจึงเป็นกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนสัญญาประนีประนอมยอมความเกี่ยวกับค่าชดเชยซึ่งทำขึ้นผิดแผกแตกต่างไปจากประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานจึงเป็นโมฆะใช้บังคับมิได้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2524 จำเลยเลิกจ้างโจทก์ที่ 1ที่ 2 ที่ 3 ซึ่งเป็นลูกจ้างประจำ เพราะจำเลยปิดกิจการ จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 12,000 บาท ขาดไป 24,000 บาท จ่ายให้โจทก์ที่ 2เป็นเงิน 3,000 บาท ขาดไป 2,580 บาท จ่ายให้โจทก์ที่ 3 เป็นเงิน 5,170 บาท ขาดไป 6,630 บาท ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยส่วนที่ขาดแก่โจทก์จำเลยให้การว่า โรงงานผลิตเหล็กของจำเลยประสบการขาดทุนไม่สามารถผลิตเหล็กต่อไปได้ จำเลยจึงต้องปิดโรงงานตั้งแต่วันที่ 15กันยายน 2524 ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดข้อพิพาทระหว่างโจทก์จำเลยขึ้น แต่โจทก์จำเลยได้ตกลงระงับข้อพิพาทโดยโจทก์ทั้งสามยอมรับค่าชดเชยที่จำเลยเสนอให้ ปรากฏตามบันทึกการจ่ายค่าชดเชยลงวันที่ 15 กันยายน 2524 ไว้ ข้อพิพาทระหว่างโจทก์จำเลยจึงระงับไปด้วยการประนีประนอมกัน ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางงดสืบพยานและวินิจฉัยว่าสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับจำเลยเกี่ยวกับค่าชดเชยเป็นโมฆะ พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยเพิ่มแก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 24,000 บาท โจทก์ที่ 2 เป็นเงิน2,580 บาท และโจทก์ที่ 3 เป็นเงิน 6,630 บาทจำเลยอุทธรณ