ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 351/2510กระทรวงมหาดไทย โดยพลเอกประภาส จารุเสถียร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยโจทก์นายหลิน น้อยขาว กับพวกรวม 12 คนจำเลย ป.วิ.พ. ม. 59, ม. 177, ม. 225 ป.พ.พ. ม. 164, ม. 169, ม. 193, ม. 194, ม. 291 พ.ร.บ.สำหรับรักษาช้างป่า พ.ศ.2464 จำเลยยื่นคำให้การต่อสู้คดีว่า คดีโจทก์ขาดอายุความแล้วแม้ในชั้นอุทธรณ์จำเลยจะอุทธรณ์ว่าโจทก์หมดสิทธิเรียกร้องตามมาตรา 1374, 1375 และ1382 ศาลอุทธรณ์ก็ชอบที่จะยกมาตรา 164 ขึ้นมาปรับแก่คดีได้ เพราะจำเลยได้บรรยายข้อเท็จจริงในอุทธรณ์ไว้โดยชัดแจ้งแล้ว การจะปรับบทกฎหมายมาตราใดเป็นหน้าที่ของศาล ผู้ว่าราชการจังหวัดตัวแทนโจทก์สั่งให้จำเลยส่งมอบช้างของกลางให้แก่อำเภอเพื่อขายทอดตลาดตามพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า พ.ศ. 2464อายุความต้องเริ่มนับแต่ พ.ศ. 2494 อันเป็นวันที่สั่งให้จำเลยส่งมอบเพราะตั้งแต่วันที่สั่งให้ส่งนั้น โจทก์มีสิทธิที่จะฟ้องร้องบังคับจำเลยได้แล้ว โจทก์ฟ้องให้จำเลยร่วมกันส่งมอบช้างคืน มูลแห่งคดีเป็นการชำระหนี้ซึ่งแบ่งแยกจากกันมิได้ การที่จำเลยคนอื่นยื่นคำให้การต่อสู้เรื่องอายุความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 59(1) ให้ถือว่าจำเลยทำแทนซึ่งกันและกัน จำเลยอื่นจึงได้รับผลแห่งอายุความด้วยโจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับนายฟื้นซึ่งถึงแก่กรรมไปแล้ว ได้เข้าหุ้นทำสัญญาจับช้างป่าในท้องที่จังหวัดชุมพร โดยนายฟื้นได้ทำหนังสือสัญญาทัณฑ์บนต่อข้าหลวงประจำจังหวัด (ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร) ซึ่งเป็นตัวแทนโจทก์เพื่อตั้งคอกจับช้างป่า ในนามของตนเองแทนจำเลยทั้งหมด ในหนังสือสัญญาข้อ 7 มีความว่า ถ้าช้างที่จับได้เป็นช้างอุทาม (ช้างมีเจ้าของแต่พลัดเข้าป่าไป) ก็ให้ประกาศหาเจ้าของ ไม่มีเจ้าของก็ให้ตกเป็นสิทธิแก่ผู้จับ