ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2945/2526

ประเด็นกฎหมาย

การขายหุ้นโดยบริษัทหลักทรัพย์เมื่อลูกค้าผิดนัดชำระหนี้ เป็นการกระทำโดยชอบตามสัญญาหรือเป็นการละเมิด

หลักกฎหมาย

เมื่อสัญญาเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์มีข้อกำหนดให้บริษัทหลักทรัพย์มีอำนาจขายหลักทรัพย์ของลูกค้าได้ทันทีเมื่อลูกค้าผิดนัดชำระหนี้ การขายดังกล่าวเป็นการกระทำตามอำนาจในสัญญา ไม่ใช่การกระทำแทนที่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของลูกค้า และการที่ลูกค้าคัดค้านภายหลังไม่มีผลทำให้การขายที่ชอบแล้วกลายเป็นไม่ชอบ

คำวินิจฉัย

จำเลยขายหุ้นของโจทก์โดยชอบ ไม่ต้องรับผิด พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กับจำเลย โดยในสัญญาหน้า 2 วรรคสามท้ายระบุว่า หากโจทก์ไม่ชำระเงินภายในกำหนด โจทก์ยินยอมให้จำเลยปิดบัญชีและนำหลักทรัพย์ออกขายได้ ต่อมาโจทก์ผิดนัด จำเลยจึงขายหุ้นของโจทก์โดยไม่ได้รับคำสั่งจากโจทก์ โจทก์แจ้งคัดค้านภายใน 3 วันตามที่จำเลยกำหนด แต่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการขายชอบแ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2945/2526นายสง่า หอพิบูลสุขโจทก์บริษัทหลักทรัพย์ไทยค้า จำกัดโจทก์ ป.วิ.พ. ม. 142 (5), ม. 225, ม. 247 ป.พ.พ. ม. 420, ม. 764, ม. 807 พ.ร.บ.ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ.2517 โจทก์บรรยายฟ้องถึงข้ออ้างที่ทำให้การที่จำเลยนำหุ้น ของโจทก์ออกขายเป็นการไม่ชอบไว้ 2 ประการคือจำเลยบังอาจขายหุ้นของโจทก์ให้แก่บริษัทในเครือของจำเลยไปโดยพลการ ไม่ได้รับความยินยอมและอนุญาตจากโจทก์ประการหนึ่ง และนำหุ้นของโจทก์ที่จำนำไว้แก่จำเลยออกขายโดยไม่แจ้งบังคับจำนำเป็นหนังสือให้โจทก์ทราบก่อนไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 764 การขายจึงเป็นโมฆะอีกประการหนึ่ง เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าโจทก์มิได้จำนำหุ้นไว้แก่จำเลย การที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยมิได้อธิบายให้กระจ่างเพื่อให้โจทก์หลงเชื่อว่าจำเลยนำหุ้นของโจทก์ไปจำนำไว้แก่จำเลยแล้ว จำเลยนำหุ้นของโจทก์ออกขายเป็นการไม่ชอบจึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ทั้งมิใช่ปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน โจทก์จะยกขึ้นฎีกามิได้ คำขอเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์เอกสารหมาย ล.1 ตอนต้นมีความว่าโจทก์ตั้งให้จำเลยเป็นตัวแทนของโจทก์ เพื่อซื้อหลักทรัพย์ต่างๆ ทั้งในและนอกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเพื่อจัดการขายหลักทรัพย์แทนโจทก์ในการทำการดังกล่าวนี้ให้จำเลยปฏิบัติตามคำสั่งของโจทก์ทางโทรศัพท์หรือทางหนังสือ ซึ่งจะแจ้งหรือส่งให้เป็นคราวๆ แต่ความในหน้า 2 วรรคสามตอนท้ายมีว่า '............... และในกรณีที่ข้าพเจ้า / เราไม่ชำระเงินให้ท่านภายในระยะเวลาที่ท่านกำหนดหรือข้าพเจ้า / เราไม่ยอมจ่ายเงินเพิ่มขึ้นให้ครบถึงร้อยละ 30 ตามเงื่อนไขในวรรคก่อน ข้าพเจ้า /เรายินยอมให้ท่านปิดบัญชีได้ทันท