ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 503/2543
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 503/2543บริษัท มามุขธุรกิจ จำกัด กับพวกโจทก์ธนาคาร สหธนาคาร จำกัด (มหาชน) กับพวกจำเลยจำเลยร่วมจำเลยบริษัท ดอกคูนแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 349, ม. 698, ม. 700โจทก์ทำสัญญาว่าจ้างจำเลยร่วมก่อสร้างสถานีบริการน้ำมัน โดยมีจำเลยที่ 1ทำสัญญาค้ำประกัน ต่อมาจำเลยร่วมไม่ปฏิบัติตามสัญญา โจทก์จึงบอกเลิกสัญญาแก่จำเลยร่วม หลังจากนั้นโจทก์กับจำเลยร่วมได้ทำสัญญาว่าจ้างก่อสร้างสถานีบริการน้ำมันกันใหม่ โดยเปลี่ยนแปลงกำหนดเวลาเริ่มต้นการก่อสร้างใหม่ และกำหนดระยะเวลาก่อสร้างเป็น 5 งวด โดยโจทก์ไม่ได้แจ้งให้จำเลยที่ 1 ทราบและจำเลยที่ 1ก็ไม่ได้ทำสัญญาค้ำประกันสัญญาว่าจ้างก่อสร้างสถานีบริการน้ำมันฉบับหลังจำเลยที่ 1 จึงไม่มีนิติสัมพันธ์กับโจทก์ แม้จำเลยร่วมผิดสัญญาฉบับหลังและโจทก์บอกเลิกสัญญาฉบับหลังแล้วก็ตาม โจทก์จะอาศัยสัญญาว่าจ้างก่อสร้างสถานีบริการน้ำมันฉบับหลังมาฟ้องร้องบังคับตามสัญญาค้ำประกันสัญญาว่าจ้างก่อสร้างสถานีบริการน้ำมันฉบับแรกที่จำเลยที่ 1 ทำไว้หาได้ไม่โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัท จำกัด โจทก์ที่ 2เป็นกรรมการ มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ที่ 1 จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชน จำกัด มีวัตถุประสงค์ทำสัญญาค้ำประกันต่าง ๆ แก่บุคคลทั่วไป โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดการ และจำเลยที่ 3 เป็นสมุห์บัญชีเป็นกรรมการมีอำนาจลงนามร่วมกันประทับตราสำคัญของบริษัทผูกพันจำเลยที่ 1 ได้เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2538 โจทก์ทำสัญญาจ้างเหมาบริษัทดอกคูนแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด ก่อสร้างสถานีบริการน้ำมันของโจทก์เป็นเงินค่าจ้าง 2,500,000 บาท ต่อมาบริษัทดอกคูนแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด ปฏิบัติผิดสัญญา โจทก์บอกเลิกสัญญา หลังจากนั้นบริษ