ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6795/2543

ประเด็นกฎหมาย

การที่ครูอนุญาตให้นักศึกษานำเอกสารธงคำตอบเข้าสอบ ถือเป็นการทุจริตต่อหน้าที่หรือไม่ และนายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าหรือไม่

หลักกฎหมาย

คำว่า 'ทุจริต' ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการคุ้มครองการทำงานของครูใหญ่และครูโรงเรียนเอกชน พ.ศ.2542 ข้อ 34(1) มิได้ให้ความหมายไว้และมิได้ใช้คำว่า 'โดยทุจริต' ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1(1) จึงต้องใช้ความหมายตามพจนานุกรมคือ ความประพฤติชั่ว โกง ไม่ซื่อตรง การที่ครูอนุญาตให้นักศึกษานำเอกสารที่เป

คำวินิจฉัย

จำเลยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการคุ้มครองการทำงานของครูใหญ่และครูโรงเรียนเอกชน พ.ศ.2542 ข้อ 34(1) และจำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า พิพากษาแก้เป็นให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นครูสอนวิชาการบัญชี อนุญาตให้นักศึกษานำเอกสารแผนผังซึ่งเป็นธงคำตอบของข้อสอบเข้าไปดูและคัดลอกตอบข้อสอบ โดยไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับผลประโยชน์ตอบแทน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6795/2543นางสาว อรทัย คำแก้วโจทก์บริษัท อินทีวรกรุ๊ป จำกัดจำเลย ป.อ. ม. 1 (1) ป.พ.พ. ม. 583 พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ.2525 ม. 6, ม. 17, ม. 44, ม. 66 ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการคุ้มครองการทำงานของครูใหญ่และครูโรงเรียนเอกชน พ.ศ.2542 ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการคุ้มครองการทำงานของครูใหญ่และครูโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2542 ข้อ 34 กำหนดว่าผู้รับใบอนุญาตไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ครูซึ่งเลิกสัญญาการเป็นครูในกรณีหนึ่งกรณีใด ดังต่อไปนี้ (1) ทุจริตต่อหน้าที่ ฯลฯ และระเบียบดังกล่าวมิได้ให้ความหมายคำว่า "ทุจริต" ไว้ ทั้งมิได้ใช้คำว่า "โดยทุจริต"ตามที่มีบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1(1) จึงต้องใช้ความหมายคำว่า "ทุจริต" ตามพจนานุกรมคือ ความประพฤติชั่ว โกงไม่ซื่อตรง การที่โจทก์อนุญาตให้นักศึกษานำเอกสารที่เป็นธงคำตอบของข้อสอบคัดลอกตอบข้อสอบ โดยเอกสารดังกล่าวมิใช่เป็นตำราทั่วไป ถือได้ว่าโจทก์ประพฤติไม่ซื่อตรง การกระทำของโจทก์จึงเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ จำเลยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการดังกล่าว ข้อ 34(1) ทั้งการกระทำของโจทก์เป็นการกระทำไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 อีกด้วย จำเลยย่อมเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่จำต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย ทำหน้าที่เป็นครูสอนวิชาการบัญชีโรงเรียนบริหารธุรกิจภาคใต้ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2542 จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่มีความผิดและไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย นอกจากนี้จำเลยยังค้างจ่ายค่าจ้าง ขอให้บังค