การเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยทำให้นายจ้างตกเป็นผู้ผิดนัดนับแต่วันเลิกจ้าง โดยลูกจ้างไม่ต้องทวงถามก่อน และมีสิทธิเรียกดอกเบี้ยค่าชดเชย
เมื่อนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยตามที่กฎหมายกำหนด นายจ้างย่อมตกเป็นผู้ผิดนัดนับแต่วันเลิกจ้าง โดยลูกจ้างไม่จำเป็นต้องทวงถามก่อน และมีสิทธิเรียกดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันเลิกจ้าง
พิพากษายืนตามศาลแรงงานกลาง ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน 1,539 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2515 ซึ่งเป็นวันเลิกจ้างเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ
จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่จ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ โดยโจทก์ออกจากงานเพราะเหตุเกษียณอายุ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 715/2524นางบุญมี ตูวิเชียรโจทก์กระทรวงการคลัง กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 204 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 46กำหนดให้นายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้าง จำเลยเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้าง ย่อมตกเป็นผู้ผิดนัดนับแต่วันเลิกจ้าง ลูกจ้างมีสิทธิเรียกดอกเบี้ยของค่าชดเชยจากนายจ้างอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันนั้นศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์จำนวน1,539 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 1 ตุลาคม2515 ซึ่งเป็นวันเลิกจ้างเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "จำเลยอุทธรณ์ต่อไปว่า โจทก์ออกจากงานเพราะเหตุเกษียณอายุมีหน้าที่จะต้องทวงถามให้จำเลยชำระค่าชดเชยก่อน เมื่อมิได้ทวงถาม จำเลยยังไม่ผิดนัด โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ย พิเคราะห์แล้ว ค่าชดเชยนั้น ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน 2515 ข้อ 46 กำหนดให้นายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้าง จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่จ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ ย่อมตกเป็นผู้ผิดนัดนับแต่วันเลิกจ้างโจทก์จึงมีสิทธิเรียกดอกเบี้ยของค่าชดเชยจากจำเลยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันนั้น"พิพากษายืน(สมบูรณ์ บุญภินนท์-ขจร หะวานนท์-ประทีป ชุ่มวัฒนะ)แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ