การนำกฎหมายที่ใช้ภายหลังวันกระทำผิดและไม่เป็นคุณแก่จำเลยมาปรับบทลงโทษชอบหรือไม่
กฎหมายที่ใช้ภายหลังวันกระทำผิดและไม่เป็นคุณแก่จำเลย ไม่สามารถนำมาปรับบทลงโทษจำเลยได้ ต้องลงโทษตามกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำผิด
จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2510 มาตรา 105, 108, 148, 154 และพระราชบัญญัติแร่ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2516 มาตรา 31, 32, 39
จำเลยมีแร่วุลแฟรมไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และใช้รถยนต์ขนแร่โดยไม่ได้รับใบอนุญาตขนแร่ การกระทำผิดเกิดขึ้นก่อนพระราชบัญญัติแร่ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2522 ใช้บังคับ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 664/2525อัยการศาลแขวงนครศรีธรรมราชโจทก์นายจัด จันทร์ประภาสจำเลย ป.อ. ม. 3, ม. 32, ม. 33 พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2510 ใช้รถยนต์ขนแร่โดยไม่ได้รับใบอนุญาตขนแร่และไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีแร่ไว้ในครอบครอง ศาลจึงต้องริบทั้งแร่และรถยนต์ของกลางขณะกระทำผิด พระราชบัญญัติ แร่ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2522 ยังมิได้ใช้บังคับ ศาลจะนำ มาตรา 18,21,27แห่ง พระราชบัญญัติ แร่(ฉบับที่ 3)พ.ศ.2522 ซึ่งไม่เป็นคุณแก่จำเลยมาปรับบทลงโทษจำเลยหาได้ไม่ต้องลงโทษจำเลยตามกฎหมายเก่าศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2510 มาตรา 105, 108, 148, 154 ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2516 มาตรา 31, 32, 39 ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2522 มาตรา 18, 21, 27 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3, 91 ให้เรียงกระทงลงโทษ ฐานมีแร่วุลแฟรมไว้ในครอบครองเกิน 2 กิโลกรัม ปรับ 3,000 บาท ฐานขนแร่วุลแฟรมโดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับ 3,000 บาท รวมปรับ 6,000 บาท ริบแร่วุลแฟรมและรถยนต์แลนด์โรเวอร์ของกลาง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "เมื่อคดีฟังได้ว่า จำเลยมีแร่ของกลางไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่และใช้รถยนต์แลนด์โรเวอร์หมายเลขทะเบียน น.ศ. 04350 ขนแร่ของกลางโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขนแร่จากพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย จึงต้องริบแร่และรถยนต์ของกลางดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไว้โดยละเอียดแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้นแต่ที่ศาลชั้นต้นนำพระราชบัญญัติแร่ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2522 มาตรา 18,21, 27 มาใช้ปรับบทลงโทษจำเลยและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนมานั้นยังคลาดเคลื่อนอยู่ เพราะพระราชบัญญัติแร่ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2522 เป็นกฎหมายที่ใช้ภายหลังวันกระทำผิดและบทมาตราที่อ้างถึงนั้นไม่เป็นคุณแก่จำเลยศาลฎีกาเห็นสมควรแก้