ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 848/2525

ประเด็นกฎหมาย

สำนักงานจัดหางานต้องรับผิดต่อนายจ้างเมื่อลูกจ้างที่จัดหาให้กระทำละเมิดหรือไม่

หลักกฎหมาย

สำนักงานจัดหางานไม่มีหน้าที่ต้องรับผิดต่อนายจ้างในกรณีลูกจ้างกระทำผิด เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้โดยชัดแจ้ง การไม่ติดรูปถ่ายในใบสมัครงานเป็นเพียงการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ใช่หน้าที่ที่ก่อให้เกิดความรับผิด

คำวินิจฉัย

จำเลยที่ 2 ไม่ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ และจำเลยที่ 1 ไม่ต้องรับผิด พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ยกฟ้องจำเลยทั้งสอง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ติดต่อให้สำนักงานจำเลยจัดหาคนรับใช้ จำเลยจัดหาเด็กหญิงสมหวังให้ โจทก์จ่ายค่าบำเหน็จ 50 บาท ในวันเดียวกันเด็กหญิงสมหวังหนีและลักทรัพย์โจทก์

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 848/2525นางสุมิตรา เหล่าวราวิทย์โจทก์นางสาวอรวรรณ ปิลันธนภาคย์ กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 420 พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2511 จำเลยประกอบกิจการสำนักงานจัดหางาน โจทก์ติดต่อให้ทางสำนักงานจำเลยจัดหาคนรับใช้ให้ โดยเสียค่าบำเหน็จแทนคนรับใช้ที่จำเลยจัดหาให้ ต่อมาคนรับใช้ได้หนีออกจากบ้านและลักทรัพย์ของโจทก์ไป ดังนี้ถือไม่ได้ว่าจำเลยได้ทำละเมิดต่อโจทก์ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ใช้เงิน 20,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 ด้วย โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของและผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการสำนักงานจัดหางานชื่อ สุทธิพาณิชย์บริการ จำเลยที่ 2 เป็นบิดาจำเลยที่ 1 และเป็นผู้ดูแลกิจการแทนจำเลยที่ 1 เนื่องจากจำเลยที่ 1 มีอาชีพตัดเย็บเสื้อผ้าอีกแห่งหนึ่งโจทก์ได้มาติดต่อให้ทางสำนักงานของจำเลยที่ 1 จัดหาคนรับใช้หญิง 2 คน ต่อมาวันที่ 10 ธันวาคม 2520 มีเด็กหญิง 2 คน มาสมัครทำงานที่สำนักงานของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 จึงแจ้งให้โจทก์ทราบโจทก์ให้พาไปดู ในที่สุดโจทก์ตกลงรับเด็กหญิงสมหวัง ลือการ ไว้ทำงานบ้าน โดยตกลงค่าจ้างกันเดือนละ 600 บาท จำเลยที่ 2 ได้ให้เด็กหญิงสมหวัง ลือการ ลงชื่อในใบสมัครงาน โดยนางสาวเพ็ญ ลือการ ซึ่งมาด้วยลงลายมือชื่อเป็นผู้รับรอง ตามระเบียบข้อบังคับของกรมแรงงาน ในการนี้โจทก์จ่ายเงินค่าบำเหน็จแก่จำเลยที่ 2 แทนเด็กหญิงสมหวัง ลือการ เป็นเงิน 50 บาท ในวันเดียวกันนั้นเอง เด็กหญิงสมหวัง ลือการ ได้หนีออกจากบ้านโจทก์โดยลักทรัพย์ไปด้วยที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยทั้งสองต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เพราะจำเลยที่ 2 ประมา