ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 810 - 813/2544พนักงานอัยการประจำศาลแขวงนครสวรรค์โจทก์ร้อยโท นที ฉิมไทยจำเลย ป.วิ.อ. ม. 226, ม. 232คำให้การของ ส. ซึ่งเป็นผู้กระทำผิด ที่พาดพิงถึงจำเลยมีลักษณะเป็นการซัดทอด แต่ก็ใช่ว่าจะรับฟังไม่ได้เสียทีเดียว และ ส. ไม่ได้ เป็นจำเลยในคดีนี้ มิใช่เป็นการซัดทอดจำเลยในคดีเดียวกันทั้ง ส. มาเบิกความด้วยตนเองโดยตรงต่อศาล มิใช่พยานบอกเล่าจึงรับฟังได้คดีทั้งสี่สำนวนนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกันโจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องทั้งสี่สำนวนมีใจความว่า เมื่อระหว่างปลายเดือนธันวาคม 2536 จนถึงวันที่ 29 มีนาคม 2537 จำเลยกับพวกและจ่าสิบเอกสุเมธ ไพรบึง จ่าสิบตรีล้อม เขม้นกสิกิจ ร้อยเอกจำนงค์พะยิ้ม จ่าสิบเอกเศกศึกหรือเสกศึก ศรีสมบูรณ์ และจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1132/2538, 1226/2538, 1254/2538 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1334/2538 ของศาลชั้นต้น ซึ่งให้การรับสารภาพและศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาไปแล้ว ได้ร่วมกันหลอกลวงกองทัพบกผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งมอบหมายให้มณฑลทหารบกที่ 31 (ค่ายจิรประวัติ)โดยพลตรีศิลกัล กัลยาณมิตร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 31 ผู้เสียหายที่ 2 เป็นผู้ครอบครองดูแลรักษาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของทหารในสังกัด ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง โดยจำเลยกับพวกและบุคคลดังกล่าวได้ร่วมกันจัดทำใบสำคัญความเห็นแพทย์ ใบรับรองรายการยาและอวัยวะเทียมที่ไม่มีจำหน่ายในสถานพยาบาล ใบสั่งยาและใบเสร็จรับเงินแสดงการจัดซื้ออวัยวะเทียมพร้อมอุปกรณ์โดยอ้างว่าตนเองหรือภริยาหรือบิดามารดาป่วยหรือพิการและได้ซื้ออวัยวะเทียมพร้อมอุปกรณ์ไปอันเป็นความเท็จ ความจริงไม่ได้มีการซื้อแต่อย่างใด แล้วบุคคลดังกล่าวได้นำเอกสารไปยื่นข