การพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319
การที่จำเลยมีภริยาอยู่แล้ว แต่ชักชวนผู้เยาว์ไปอยู่ด้วยโดยสัญญาจะขอขมาภายหลัง แต่ไม่ทำตามสัญญา และกระทำชำเราผู้เยาว์ แสดงว่าจำเลยไม่ได้ตั้งใจจะเลี้ยงดูเป็นภริยาจริงจัง จึงมีเจตนาพาผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร
จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ข้อ 12 ให้จำคุก 1 ปี
จำเลยที่ 1 มีภริยาอยู่กินด้วยกันแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ชักชวนผู้เสียหายอายุ 16 ปี ให้หนีไปอยู่ด้วย โดยสัญญาจะขอขมาภายหลัง แต่ไม่ไปขอขมา ต่อมากระทำชำเราผู้เสียหายโดยผู้เสียหายยินยอมเพราะหวังให้พาไปขอขมา ผู้เสียหายต้องเร่ร่อนและโทรเลขให้มารดาพากลับบ้าน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1986/2521พนักงานอัยการจังหวัดสระบุรีโจทก์พลตำรวจประโยชน์ เทพปริวัฒน์ กับพวกจำเลย ป.อ. ม. 319 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ข้อ 12จำเลยมีภริยาอยู่กินด้วยกันแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ได้ชักชวนผู้เสียหายซึ่งมีอายุ 16 ปี ให้หนีไปอยู่กับจำเลยแล้วจะมาขอขมาภายหลัง แต่ก็หาได้ไปขอขมาไม่ แสดงว่าจำเลยไม่ได้ตั้งใจจะเลี้ยงดูเป็นภริยาจริงจัง ย่อมแสดงให้เห็นว่าจำเลยมีเจตนาพาผู้เสียหายไปเพื่อการอนาจาร อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319โจทก์ฟ้องว่า จำเลยร่วมกันพรากพานางสาวอุดมลักษณ์อายุ 16 ปี ผู้เยาว์ผู้เสียหายไปเสียจากบิดา โดยร่วมกันใช้อุบายหลอกลวงว่าจะพาไปเลี้ยงดูเป็นภริยาของจำเลยที่ 1 แล้วร่วมกันพาผู้เสียหายไปเพื่อหากำไร เพื่อการอนาจารโดยนำไปขายยังสถานการค้าประเวณี ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 319, 83 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ข้อ 12 จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ลงวันที่21 พฤศจิกายน 2514 ข้อ 12 ให้จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 1 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาฟังว่าจำเลยที่ 1 ได้พรากผู้เสียหายไปเสียจากบิดาโดยผู้เสียหายเต็มใจไปด้วย แล้ววินิจฉัยว่า การที่จำเลยที่ 1 พูดชักชวนให้ผู้เสียหายหนีไปอยู่กับจำเลยที่ 1 ก่อนแล้วจะนำผู้เสียหายมาขอขมาต่อบิดาผู้เสียหายในภายหลังนั้น ปรากฏว่าในขณะที่จำเลยที่ 1 พูดชักชวนผู้เสียหายนั้น จำเลยที่ 1 มีจำเลยที่ 2 เป็นภริยาอยู่กินด้วยกันเป็นตัวตนอยู่แล้วแต่มิได้จดทะเบียนสมรสกัน และการที่จำเลยที่ 1 ได้กระทำชำเราผู้เสียหา