ข้อตกลงจ้างทนายความไปเจรจาค่าทดแทนที่ดินเวนคืนโดยกำหนดสินจ้างเป็นส่วนต่างของราคาที่ได้เกินกว่าที่เจ้าของที่ดินต้องการ เป็นสัญญาจ้างทำของ ไม่ขัดต่อความ
ข้อตกลงจ้างให้ทนายความไปเจรจาขอขึ้นราคาที่ดินที่ถูกเวนคืน โดยกำหนดสินจ้างเป็นส่วนที่ได้เกินกว่าที่เจ้าของที่ดินต้องการ เข้าลักษณะเป็นจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 ไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือขัดต่อพระราชบัญญัติทนายความ
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ตามส่วนที่ตกลงกัน
ทางราชการเวนคืนที่ดิน จำเลยเห็นว่าค่าทดแทนต่ำไป จึงแต่งตั้งโจทก์ซึ่งเป็นทนายความไปเจรจา โดยตกลงว่าถ้าได้ค่าทดแทนเกินกว่าที่จำเลยต้องการ ส่วนที่เกินยกให้โจทก์ โจทก์ดำเนินการจนสำเร็จ จำเลยได้รับค่าทดแทนสูงขึ้น แต่ไม่ยอมจ่ายส่วนที่เกินให้โจทก์
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2501 - 2504/2521นายสนิท ใจห้าวโจทก์นายปี สงพรหมทิพย์ กับพวก รวม 4 สำนวนจำเลย ป.พ.พ. ม. 113, ม. 587 พ.ร.บ.ทนายความ พ.ศ.2508 ทางราชการได้ออกกฎหมายเวนคืนที่ดินให้แก่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จำเลยเป็นเจ้าของที่ดินที่ถูกเวนคืนเห็นว่าคณะกรรมการเวนคืนที่ดินกำหนดค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนต่ำไปไม่เป็นธรรม จึงแต่งตั้งโจทก์ซึ่งเป็นทนายความไปตกลงเจรจากับคณะกรรมการเวนคืนที่ดิน เพื่อให้ได้ค่าทดแทนสูงขึ้นตามที่จำเลยต้องการ โดยตกลงกันว่าถ้าจำเลยได้ค่าทดแทนที่ดินเกินจำนวนราคาที่จำเลยต้องการ ส่วนที่ได้เกินยอมยกให้โจทก์ ดังนี้ เป็นการที่จำเลยตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้นแก่โจทก์ เข้าลักษณะเป็นการจ้างทำของตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587 การที่ผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างแก่ผู้รับจ้างซึ่งตกลงจะไปเจรจากับคณะกรรมการเวนคืนที่ดิน เพื่อให้ได้ค่าทดแทนที่ดินสูงขึ้นตามที่ผู้ว่าจ้างต้องการ โดยกำหนดสินจ้างกันไว้ตามลักษณะดังกล่าว หาเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือขัดต่อพระราชบัญญัติทนายความแต่อย่างใดไม่ เมื่อโจทก์ได้ดำเนินการจนสำเร็จให้แก่จำเลยแล้ว จำเลยย่อมต้องชำระสินจ้างตามข้อตกลงนั้นโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสี่สำนวนมีใจความว่า จำเลยทั้งสี่สำนวนตกลงตั้งให้โจทก์เป็นอนุญาโตตุลาการฝ่ายจำเลยซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินตกลงราคาที่ดินที่ถูกเวนคืน เพื่อประโยชน์ในการศึกษาของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กับนายชมพูอนุญาโตตุลาการฝ่ายมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โจทก์กับนายชมพูทำหน้าที่อนุญาโตตุลาการเรื่อยมา จนในที่สุดตกลงให้ราคาที่ดินรายของจำเลยสำนวนที่หนึ่งเป็นเงิน 300,000 บาท จำเลยสำนวนที่สองเป็นเงิน 450,000 บาทจำเลยสำนวนที่สามเป็นเงิน