โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินที่เช่าและเรียกค่าเสียหาย เมื่อที่ดินเป็นป่าสงวนแห่งชาติ
ที่ดินที่เป็นป่าสงวนแห่งชาติมิใช่ของโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจนำที่ดินดังกล่าวให้จำเลยเช่า และไม่มีอำนาจฟ้อง
พิพากษายืน
ที่ดินพิพาทเป็นป่าสงวนแห่งชาติ มิใช่ของโจทก์ โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและเรียกค่าเสียหาย จำเลยให้การว่าที่ดินอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ สัญญาเช่าเป็นโมฆะ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง คู่ความรับกันว่าที่ดินอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 340/2520นายวินิจ ยุทธศักดิ์โจทก์นายนำ เอื้อเฟื้อจำเลย ป.วิ.พ. ม. 55 ป.พ.พ. ม. 537 พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 เมื่อที่ดินเป็นป่าสงวนแห่งชาติ มิใช่ของโจทก์โจทก์ย่อมไม่มีอำนาจนำที่ดินดังกล่าวให้จำเลยเช่า และไม่มีอำนาจฟ้องโจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่ดินที่เช่าของโจทก์ และขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายจำเลยให้การว่าที่ดินที่โจทก์ฟ้องเป็นที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ จำเลยทำสัญญาเช่ากับโจทก์โดยสำคัญผิดว่าโจทก์เป็นเจ้าของ สัญญาเช่าเป็นโมฆะโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องในวันนัดสืบพยานโจทก์ โจทก์จำเลยรับกันว่าที่ดินที่โจทก์ฟ้องอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ศาลชั้นต้นจึงงดสืบพยานโจทก์จำเลยแล้วพิพากษาว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ให้ยกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่าที่ดินพิพาทเป็นป่าสงวนแห่งชาติ มิใช่ของโจทก์ และจำเลยให้การต่อสู้ไว้ โจทก์ไม่มีอำนาจนำที่ดินดังกล่าวให้จำเลยเช่าและไม่มีอำนาจฟ้องพิพากษายืน(พยนต์ ยาวะประภาษ-แผ้ว ศิระบวร-จันทร์ ระรวยทรง)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ