โจทก์มีอำนาจฟ้องกระทรวงมหาดไทยขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์หรือไม่
ความสัมพันธ์ระหว่างกระทรวงมหาดไทยกับคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบตัวการและตัวแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่เป็นความสัมพันธ์ที่ทั้งสองฝ่ายต้องปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องกระทรวงมหาดไทย
พิพากษายืน ให้ยกฟ้องโจทก์
กระทรวงมหาดไทยแต่งตั้งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์เพื่อชี้ขาดข้อพิพาทแรงงาน คณะกรรมการชี้ขาดให้โจทก์จ่ายค่าเสียหายแก่ลูกจ้าง โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดโดยอ้างว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1110/2520บริษัท พระนครธนบุรี จำกัดโจทก์กระทรวงมหาดไทยจำเลย ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 พ.ศ.2515 ข้อ 4, ข้อ 14 พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม. 6, ม. 24 ป.วิ.พ. ม. 55 ป.พ.พ. ม. 797, ม. 82กระทรวงมหาดไทยจำเลยแต่งตั้งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ เพื่อทำหน้าชี้ขาดข้อพิพาทแรงงาน ฯลฯ เป็นการปฏิบัติการตามบทบัญญัติของกฎหมาย คณะกรรมการสัมพันธ์ที่จำเลยแต่งตั้งมีอำนาจและหน้าที่ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ความสัมพันธ์ระหว่างจำเลยคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ หาใช่ความสัมพันธ์ระหว่างตัวการและตัวแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไม่ แต่เป็นการที่จำเลยและคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ต่างก็จะต้องปฏิบัติตามอำนาจและหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย ขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์โจทก์ฟ้องว่า นายจำรูญ อนุวรรณ ได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ที่จำเลยแต่งตั้งว่าเป็นลูกจ้างโจทก์ โจทก์เลิกจ้างโดยไม่มีเหตุอันสมควรคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ชี้ขาดให้โจทก์จ่ายค่าเสียหายให้แก่นายจรูญเท่ากับค่าจ้าง 6 เดือน เป็นค่าชี้ขาดที่ไม่ชอบด้วยเหตุผลและกฎหมาย โจทก์เสียหาย ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะกรรมการแรงงานที่จำเลยแต่งตั้ง จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย คำชี้ขาดถูกต้องด้วยความเป็นธรรม และชอบด้วยเหตุผลแล้วในวันชี้สองสถาน ศาลชั้นต้นสั่งงดชี้สองสถานแล้ววินิจฉัยว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นแต่ผู้ปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมาย โดยเป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์เท่านั้น การที่คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงาน เป็นการกระทำไปตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดไว้ มิได้กระทำในนามหรือตัวแทนกระทรวงมหาดไทยแ