ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1261/2520

ประเด็นกฎหมาย

การประเมินภาษีเงินได้ตามมาตรา 49 ต้องพิจารณาเงินได้ที่ได้รับยกเว้นและหักค่าใช้จ่ายตามกฎหมายก่อน

หลักกฎหมาย

แม้เจ้าพนักงานประเมินจะกำหนดเงินได้สุทธิตามมาตรา 49 ได้ แต่ต้องแยกเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 และหักเงินได้ที่ได้รับยกเว้นตามมาตรา 42 รวมทั้งค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนตามมาตรา 48 ก่อนคำนวณภาษี

คำวินิจฉัย

การประเมินภาษีของเจ้าพนักงานประเมินไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะมิได้พิจารณาเงินได้ที่ได้รับยกเว้นและมิได้หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนให้ครบถ้วน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ไม่เคยยื่นรายการเสียภาษีเงินได้เป็นเวลา 10 ปี และมีเงินได้เพิ่มขึ้นมาก เจ้าพนักงานประเมินจึงใช้มาตรา 49 กำหนดเงินได้สุทธิจากทรัพย์สินที่โจทก์ได้มา แต่ไม่ได้แยกเงินได้ที่ได้รับยกเว้นตามมาตรา 42 และไม่ได้หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนให้ครบถ้วน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1261/2520นางประเทียบ ชลทรัพย์โจทก์กรมสรรพากร กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 172 ป.วิ.พ. ม. 172 ป.รัษฎากร โจทก์กล่าวอ้างมาในฟ้องแล้วว่ามีเงินได้ที่ได้รับการยกเว้นรวมอยู่ในเงินได้สุทธิที่เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยประเมินเรียกเก็บจากโจทก์ แม้โจทก์จะมิได้กล่าวถึงรายละเอียดว่าเงินได้ที่ได้รับยกเว้นตามมาตรา 47 แต่ละข้อมีจำนวนเท่าใด ก็ไม่เป็นฟ้องที่เคลือบคลุม เพราะหนังสือแจ้งการประเมินของจำเลยก็มิได้แยกประเภทเงินได้ให้โจทก์ทราบ โจทก์จึงไม่สามารถจะบรรยายฟ้องได้ถูกต้อง โจทก์ไม่เคยยื่นรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้เป็นเวลา 10 ปี ซึ่งตลอดเวลาดังกล่าวโจทก์มีเงินได้เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ย่อมเป็นการยากที่เจ้าพนักงานประเมินจะแยกประเภทเงินได้พึงประเมินของโจทก์ว่าอยู่ประเภทใด และโจทก์เองก็ไม่อาจชี้แจงได้ทั้งหมด ดังนั้น เจ้าพนักงานประเมินย่อมใช้อำนาจตามประมวลรัษฎากร มาตรา 49 กำหนดเงินได้สุทธิของโจทก์นั้น โดยถือเอาเงินหรือทรัพย์สินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์หรือเข้ามาอยู่ในครอบครองของโจทก์มาเป็นหลักในการประเมินได้ แต่การประเมินตามมาตรา 49 นี้ จะใช้จำนวนเงินได้สุทธิที่กำหนดขึ้นดังกล่าวมาคิดคำนวณเอากับโจทก์เสียทีเดียวหาได้ไม่ จะต้องนึกถึงว่าเงินสุทธินั้นอยู่ในประเภทเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 หรือไม่ มีเงินได้พึงประเมินที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ตามมาตรา 42หรือไม่ ทั้งยังต้องหักค่าใช้จ่ายตามมาตรา 42 ทวิ,43,44,45, และ 47 เสียก่อน เงินค่าขายที่ดินซึ่งเป็นทรัพย์สินที่โจทก์ได้มาโดยมิได้มุ่งในทางการค้าหรือหากำไรเป็นเงินได้พึงประเมินที่ได้รับการยกเว้น ตามมาตรา 42(4) ส่วนเงินที่บริษัท ด. ให้โจทก์เพื่อที่จะได้รับทำการวางท่อน้ำประปา เนื่องจากโจทก์เป็