การเซ็นชื่อยี่ห้อร้านค้าของจำเลยในสัญญากู้ยืม ถือเป็นการลงลายมือชื่อผู้กู้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 653 หรือไม่
การลงลายมือชื่อตามมาตรา 653 ความสำคัญอยู่ที่ว่าผู้ยืมลงลายมือชื่อหรือไม่ ตามธรรมเนียมของคนจีนมักเซ็นยี่ห้อแทนชื่อไว้ จึงถือได้ว่าเป็นการลงลายมือชื่อของจำเลย
พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 1 เสียค่าทนายชั้นฎีกา 75 บาทแทนโจทก์
จำเลยที่ 1 ทำเอกสารกู้ยืมเงินโจทก์ 3,000 บาท โดยเซ็นชื่อยี่ห้อเซ่งคังอันเป็นยี่ห้อร้านค้าของจำเลยที่ 1 เป็นผู้กู้ และจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกัน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1215/2500นายโหงว แซ่โค้ว เจ้าของยี่ห้อเจี้ยบเซ้งโจทก์นายก็กเฮง แซ่แต้ เจ้าของยี่ห้อเซ่งดัง ที่ 1 นายชอจิว แซ่แต้ ที่ 2จำเลย ป.พ.พ. จำเลยทำเอกสารกู้ โดยจำเลยเซ็นชื่อยี่ห้อร้านค้าของจำเลยเป็นผู้กู้ ถือได้ว่าจำเลยลงลายมือชื่อโจทก์ใช้เอกสารนี้ฟ้องให้จำเลยใช้เงินกู้ได้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของยี่ห้อเจิ้ยบเซ้ง จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของยี่ห้อเซ่งคัง เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2496 จำเลยที่ 1 ได้กู้เงินไปจากโจทก์ 3,000 บาท ไม่มีกำหนดเวลาใช้เงิน จำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกัน ปรากฏตามสำเนาสัญญาและคำแปลท้ายคำฟ้องโจทก์ได้ทวงถามแล้ว จำเลยไม่ใช้ ดอกเบี้ยค้างชำระตั้งแต่วันที่กู้ถึงวันฟ้องเป็นเวลา 2 ปี 1 เดือน ในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีเป็นเงิน 325 บาท จึงขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระต้นเงินกับดอกเบี้ย ดังกล่าว รวมเป็นเงิน 3,325 บาท พร้อมกับดอกเบี้ยในต้นเงิน 3,000 บาท ในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้โจทก์จำเลยที่ 1 ให้การว่า โจทก์จะเป็นเจ้าของยี่ห้อเจิ้ยบเซ้งหรือไม่ ไม่ทราบ จำเลยไม่เคยรู้จักทั้งยี่ห้อเจี้ยบเซ้งและตัวโจทก์ จำเลยมิได้กู้เงินโจทก์ โจทก์แปลเอกสารท้ายคำฟ้องคลาดเคลื่อนเอกสารท้ายคำฟ้องมีข้อความแต่เพียงว่า ข้าพเจ้าได้รับเงินจากยี่ห้อเจี้ยบเซ้ง 3,000 บาท สัญญาจะใช้คืนเมื่อทวงถามโดยไม่ปฏิเสธโดยยี่ห้อเซ่งคังรับรองข้อความนั้น และนายแต้ ชอจิว เป็นผู้ค้ำประกัน ยี่ห้อเซ่งคังจึงมิใช่ผู้กู้ดังโจทก์อ้าง เอกสารท้ายคำฟ้องจึงหาใช่หลักฐานแห่งการกู้ยืมตามกฎหมายไม่ เอกสารนี้เกิดขึ้นโดยจำเลยกับคนอื่นอีก 9 คน เล่นแชร์กัน ราคาแชร์ละ 3,000 บาท โดยนายฮิ้นชองเจ้าของร้านฝ่าซันเป็นนายวงแชร์ ตามประเพณีการเล่นแชร์ ผู้เล่นจะต้องประ