ข้อตกลงเบี้ยปรับในสัญญากู้เงินที่กำหนดให้คิดเบี้ยปรับเมื่อผิดนัด ไม่ขัดต่อประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย และไม่เป็นโมฆะ แต่ศาลมีอำนาจลดเบี้ยปรับลงได้ และกา
เบี้ยปรับตามสัญญากู้ที่กำหนดไว้ล่วงหน้าเมื่อผิดนัด ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มเพื่อหลีกเลี่ยงประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย และมีผลบังคับได้ แต่ศาลอาจลดลงได้หากสูงเกินไป การรับสภาพหนี้โดยไม่เปลี่ยนตัวเจ้าหนี้ลูกหนี้หรือสารสำคัญแห่งหนี้ ไม่เป็นการแปลงหนี้ หนี้เดิมยังคงอยู่ และจำนองไม่ระงับ
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 3 และที่ 2 ร่วมกันชำระเงิน 147,620 บาท 89 สตางค์ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 9 ต่อปีในต้นเงิน 120,000 บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเงินเสร็จ และให้ร่วมกันชำระเบี้ยปรับร้อยละ 3 ต่อปีในต้นเงิน 120,000 บาทนับแต่วันที่ 20 มีนาคม 2511 จนกว่าชำระเงินเสร็จ หากไม่ชำระให้บังคับเอาจากทรัพย์สินของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ที่นำมาจำนองโดยเฉพาะ จำเลยที่ 2 ให้บังคับจำนองในวงเงิน 94,500 บาทพร้อมดอกเบี้ยและเบี้ยปรับ และจำเลยที่ 3 ให้บังคับจำนองในวงเงิน 25,500 บาทพร้อมดอกเบี้ยและเบี้ยปรับ ถ้าได้เงินไม่พอชำระให้บังคับจากทรัพย์สินอื่นของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
ธนาคารให้กู้เงินแก่ห้างหุ้นส่วนจำกัด คิดดอกเบี้ยร้อยละ 9 ต่อปี มีข้อสัญญาว่าถ้าผิดนัดให้เรียกเบี้ยปรับร้อยละ 6 ต่อปี ต่อมาจำเลยทั้งสามทำหนังสือรับสภาพหนี้ขอผ่อนชำระโดยโจทก์อนุมัติ โดยไม่มีการเปลี่ยนสารสำคัญแห่งหนี้
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8/2522ธนาคารกรุงไทย จำกัดโจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัด ต.พัฒนา กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 113, ม. 349, ม. 383, ม. 728, ม. 1070 ป.วิ.พ. ม. 172 พ.ร.บ.การธนาคารพาณิชย์ พ.ศ.2505 ธนาคารให้กู้เงินคิดดอกเบี้ยร้อยละ 9 ต่อปี มีข้อสัญญาว่าถ้าผิดนัดให้เรียกเบี้ยปรับร้อยละ 6 ต่อปี ดังนี้ ไม่ขัดต่อประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยฯไม่เป็นโมฆะ ศาลลดลงเป็นให้ชำระร้อยละ 3 ได้ หนังสือรับสภาพหนี้ขอผ่อนชำระ และเจ้าหนี้อนุมัติ ไม่มีการเปลี่ยนสารสำคัญแห่งหนี้ไม่เป็นการแปลงหนี้ จำนองไม่ระงับ หุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัดต้องรับผิดร่วมกันในหนี้ที่ห้างกู้เงินผู้จำนองประกันหนี้ของห้างไม่ต้องร่วมรับผิดในหนี้ของห้างต้องบังคับชำระหนี้เงินกู้ก่อน จึงจะบังคับหนี้จำนองอันเป็นอุปกรณ์ บรรยายฟ้องเรียกให้ชำระหนี้ตามสัญญากู้ ตอนท้ายอ้างบันทึกรับสภาพหนี้ เป็นการบรรยายข้อเท็จจริงให้ชัดขึ้นไม่ขัดแย้งไม่เคลือบคลุมจำเลยที่ 1 เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด จำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ จำเลยที่ 1 กู้เงินธนาคารโจทก์เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรม โจทก์เก็บค่าวิเคราะห์โครงการ 2,000 บาท ให้กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมดอกเบี้ยร้อยละ 9 ต่อปี ถ้าชำระหนี้ไม่ตรงเวลายอมให้เบี้ยปรับร้อยละ 6 ต่อปี จำเลยที่ 2, จำเลยที่ 3 ต่างจำนองที่ดินคนละแปลง จำเลยทั้งสามทำหนังสือรับสภาพหนี้ขอผ่อนชำระโดยโจทก์อนุมัติ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินตามฟ้อง 185,454.27 บาท กับดอกเบี้ยร้อยละ 9 ต่อปี ของต้นเงิน 120,000 บาท กับเบี้ยปรับร้อยละ 6 ต่อปีในต้นเงิน 120,000 บาท กับดอกเบี้ยค้าง 25,520.89 บาท นับแต่วันฟ้อง หากไม่ชำระให้บังคับจำนอง ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ข้อตกลงเรื่องเบี้ยปรับขัดต่อประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นโมฆะ