ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3280/2543
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3280/2543นาย รุ่งโรจน์ เศรษฐ์ธนวัฒน์โจทก์นาง เพ็ชรา รัตนภูมิภิญโญจำเลย ป.พ.พ. ม. 149, ม. 378, ม. 391, ม. 538โจทก์ทำสัญญาเช่าตึกแถวตามฟ้องจากจำเลยมีกำหนดเวลาการเช่า 1 ปี 6 เดือน โจทก์ได้วางเงินประกันไว้แก่จำเลย ต่อมาโจทก์ได้ส่งมอบตึกแถวคืนจำเลยในสภาพเรียบร้อย โจทก์ขอบอกเลิกสัญญาเช่าก่อนครบกำหนดเวลาเช่าและจำเลยยินยอมให้โจทก์เลิกสัญญาได้ จึงเป็นการที่ต่างฝ่ายต่างสมัครใจตกลงเลิกสัญญาต่อกัน แต่โจทก์จำเลยมีข้อตกลงในการเลิกสัญญาเช่าว่าโจทก์ยอมให้จำเลยริบเงินประกันได้ จำเลยจึงมีสิทธิริบเอาเงินประกันดังกล่าวโจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทำสัญญาเช่าตึกแถว รวม 4 คูหา กับจำเลยมีกำหนด 1 ปี 6 เดือน อัตราค่าเช่าเดือนละ 60,000 บาท โจทก์ได้วางเงินประกันตามสัญญาแก่จำเลยจำนวน 180,000 บาทต่อมาวันที่ 28 พฤศจิกายน 2539 โจทก์และจำเลยตกลงเลิกสัญญาต่อกัน โจทก์ส่งมอบตึกแถวที่เช่าคืนแก่จำเลยแล้ว แต่จำเลยไม่คืนเงินประกันให้แก่โจทก์ จึงขอคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีจนถึงวันฟ้องเป็นจำนวนเงิน 1,479 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 181,479 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงิน 180,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาโดยโจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าก่อนครบกำหนด ทำให้จำเลยขาดรายได้จากการที่ไม่สามารถจัดหาบุคคลอื่นมาเช่าได้ทัน นับแต่โจทก์บอกเลิกสัญญาจนถึงวันยื่นคำให้การเป็นเงินทั้งสิ้น 180,000 บาท โจทก์จึงไม่มีสิทธิรับเงินประกันคืนขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 180,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 28พฤศจิกายน 2539 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยอุทธ