ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 888/2519

ประเด็นกฎหมาย

สิทธิเรียกร้องเก็บภาษีของกรมสรรพากรขาดอายุความหรือไม่ และคำวินิจฉัยอุทธรณ์เป็นคำสั่งเรียกเก็บภาษีหรือไม่

หลักกฎหมาย

หนี้ภาษีอากรถึงกำหนดชำระตั้งแต่วันที่โจทก์มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามประมวลรัษฎากร เมื่อนับจากวันนั้นจนถึงวันที่เจ้าพนักงานประเมินสั่งให้ชำระภาษียังไม่ครบ 10 ปี สิทธิเรียกร้องเก็บภาษียังไม่ขาดอายุความ และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ไม่ใช่คำสั่งเรียกเก็บภาษี เป็นเพียงข้อวินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งของเจ้าพนักงานประเมิน จึ

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ห้างโจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีไม่ถูกต้อง เจ้าพนักงานประเมินมีคำสั่งให้ชำระภาษีเพิ่มเติมภายใน 30 วัน คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์วินิจฉัยลดภาษีให้บางส่วนและแจ้งคำวินิจฉัยให้โจทก์ทราบเมื่อพ้น 10 ปีนับแต่วันที่โจทก์มีหน้าที่ต้องยื่นแบบ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 888/2519ห้างหุ้นส่วนจำกัดซันวะโยโกโจทก์กรมสรรพากร กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 203 ป.รัษฎากร ห้างโจทก์เป็นนิติบุคคลมีหน้าที่ต้องยื่นรายการที่จำเป็นต้องใช้ในการคำนวณภาษีพร้อมด้วยบัญชีต่าง ๆ ตามที่กฎหมายระบุไว้ต่อเจ้าพนักงานประเมินภายใน 150 วัน นับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี และถ้ามีกำไรสุทธิก็ต้องชำระเงินภาษีที่ต้องเสียต่ออำเภอพร้อมกับรายการที่ยื่นนั้นด้วย ดังบัญญัติไว้ในประมวลรัษฎากร มาตรา 65,68,69 ดังนั้น หนี้ภาษีอากรของโจทก์ได้ถึงกำหนดชำระแล้วตั้งแต่วันที่โจทก์มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามที่บัญญัติไว้ในประมวลรัษฎากร เมื่อนับจากวันที่โจทก์มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าวจนถึงวันที่เจ้าพนักงานประเมินสั่งให้โจทก์ชำระภาษีที่ขาดเพิ่มเติมให้ครบถ้วนยังไม่ครบ 10 ปี สิทธิเรียกร้องเก็บภาษีของกรมสรรพากรจำเลยจึงยังไม่ขาดอายุความส่วนที่ห้าง โจทก์อุทธรณ์คำสั่งการประเมินต่อเจ้าพนักงานอุทธรณ์ และคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์แจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ให้ห้างโจทก์ทราบเมื่อพ้น 10 ปีแล้วนั้นคำวินิจฉัยอุทธรณ์เป็นเพียงข้อวินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งของเจ้าพนักงานประเมินว่าถูกต้องหรือไม่ ควรลดหย่อนภาษีให้ห้างโจทก์หรือไม่เท่านั้น ไม่ใช่คำสั่งเรียกเก็บภาษี ไม่ทำให้สิทธิเรียกร้องค่าภาษีขาดอายุความโจทก์ฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องว่า เมื่อเดือนธันวาคม 2508 จำเลยที่ 1ได้ประเมินให้โจทก์เสียภาษีจำนวนปี 2504 ถึง 2506 รวม 3 ปี เป็นเงินค่าภาษีการค้าอากรแสตมป์ ภาษีเงินได้นิติบุคคล เงินเพิ่มและเงินบำรุงภาษีเทศบาลรวมเป็นเงิน 137,695 บาท 91 สตางค์ โจทก์เห็นว่าจำเลยที่ 1 ประเมินภาษีไม่ถูกต้องตามกฎหมาย โจทก์จึงอุทธรณ์การประเมินของจำเลยที่ 1 ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ คือจำเลยที่