ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2153/2519

ประเด็นกฎหมาย

การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงานเพราะเหตุกระทำการตามหน้าที่ และการมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นความผิดอีกกระทงหนึ

หลักกฎหมาย

เจ้าพนักงานมีอำนาจควบคุมตัวผู้กระทำความผิดเพื่อป้องกันเหตุวุ่นวายได้โดยชอบ แม้จะไม่แจ้งข้อหาหรือจับกุมโดยตรง การกระทำของจำเลยที่ใช้ลูกระเบิดพยายามฆ่าเจ้าพนักงานในขณะนั้นเป็นความผิดฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงานเพราะเหตุกระทำการตามหน้าที่ และการมีลูกระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นความผิดอีกกระทงหน

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้ เป็นว่า ให้ลดโทษจำคุกจำเลยหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 เพราะคำรับสารภาพของจำเลยเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาอยู่บ้าง เป็นเหตุบรรเทาโทษ คงจำคุก 34 ปี 8 เดือน ส่วนโทษปรับให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยเป็นพลตำรวจเมาสุราพกปืนยืนขวางถนน ผู้บังคับกองจึงควบคุมตัวขึ้นรถเพื่อป้องกันเหตุวุ่นวาย ระหว่างทางจำเลยใช้ลูกระเบิดที่ครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตโยนเข้าไปใต้ที่นั่งผู้บังคับกองแล้วกระโดดหนี ทำให้ผู้บังคับกองและพวกบาดเจ็บ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2153/2519อัยการอยุธยาโจทก์พลตำรวจสมัครประคอง เอมอิ่มจำเลย ป.อ. ม. 3, ม. 91 ป.วิ.อ. ม. 1 (10), ม. 212 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2477 จำเลยเป็นพลตำรวจออกปฎิบัติการตามแผนกวาดล้างโจรผู้ร้ายในฤดูแล้งระหว่างปฎิบัติการ ผู้บังคับกองพบจำเลยกำลังเมาสุราพกปืนยืนขวางถนนอยู่จึงดึงตัวขึ้นระเพราะเห็นว่าถ้าปล่อยไว้อาจจะไปก่อเหตุวุ่นวายเดือดร้อน ระหว่างทางจำเลยเอาลูกระเบิดที่มีอยู่ถอดสลักนิรภัยโยนเข้าไปใต้ที่นั่งของผู้บังคับกองแล้วจำเลยกระโดดรถหนีลูกระเบิดได้ระเบิดขึ้น เป็นเหตุให้ผู้บังคับกองกับพวกบาดเจ็บ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงานเพราะเหตุกระทำการตามหน้าที่ จำเลยมีลูกระเบิดสำหรับใช้เฉพาะในการสงครามไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต และใช้ลูกระเบิดนั้นพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน เป็นความผิดสองกระทงและเมื่อจำเลยได้ใช้วัตถุระเบิดดังกล่าวไปเสียก่อนวันที่พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2518 ซึ่งยกเว้นโทษแก่ผู้มีวัตถุระเบิดฯ ไว้ในความครอบครองที่นำไปมอบแก่นายทะเบียนท้องที่ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ใช้พระราชบัญญัติดังกล่าว จำเลยจึงไม่มีวัตถุระเบิดที่จะส่งมอบแก่นายทะเบียนได้ย่อมไม่ได้รับยกเว้นโทษ อุทธรณ์ของโจทก์ที่ว่า การกระทำของจำเลยเป็นพฤติการณ์ที่ร้ายแรงจำเลยรับสารภาพเพราะจำนนต่อหลักฐานไม่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาควรจะได้รับโทษถึงจำคุกตลอดชีวิตโดยไม่ลดโทษเลยนั้น พอเข้าใจได้ว่าโจทก์ขอให้ลงโทษจำคุกหนักขึ้นโจทก์ฟ้องว่าจำเลยซึ่งรับราชการเป็นตำรวจภูธรประจำสถานีตำรวจภูธรอำเภอท่าเรือ บังอาจมีอาวุธปืนพกออโตเมติกขนาด .38 ใช้ยิงได้ หมายเลขทะเบียน อ.ย.4/1532 หนึ่งกระบอก พร้อมด้