ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 803/2547
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 803/2547ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครโจทก์นายอนันต์ โรจน์รุ่งเรืองกิจจำเลย ป.วิ.พ. ม. 86ศาลมีอำนาจพิเคราะห์ว่า กระบวนพิจารณาใดจำเป็นจะต้องกระทำเพียงใดหรือไม่ ถ้าเห็นว่ากระบวนพิจารณาใดเป็นการฟุ่มเฟือยเกินสมควรหรือประวิงให้ชักช้าหรือไม่เกี่ยวแก่ประเด็น ศาลย่อมมีอำนาจงดดำเนินกระบวนพิจารณาในทำนองนั้นเสียได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 86 วรรคสอง คดีนี้จำเลยขอเลื่อนนัดไต่สวนมาหลายนัดแล้ว ประกอบกับการเดินเผชิญสืบอาคารพิพาทก็ไม่เป็นประโยชน์แก่คดี ทั้งการออกคำสั่งกำหนดเดินเผชิญสืบก็เป็นเรื่องดุลพินิจของศาลโดยเฉพาะตาม ป.วิ.พ. มาตรา 99 วรรคแรก เมื่อศาลชั้นต้นไม่เห็นประโยชน์ที่จะทำการไต่สวนพยานจำเลยต่อไปโดยเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว การเดินเผชิญสืบตามคำขอของจำเลยก็มีแต่จะทำให้เกิดความล่าช้า ประวิง และยุ่งยาก การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งงดไต่สวนคำร้องและไม่อนุญาตให้เดินเผชิญสืบอาคารพิพาท จึงชอบแล้วคดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนอาคารที่ก่อสร้างในที่ดินโฉนดเลขที่ 16781, 16782 ตำบลตลาดน้อย (สัมพันธวงศ์) อำเภอสัมพันธวงศ์ (สามเพ็ง) กรุงเทพมหานคร ส่วนหลังอาคารและพื้นชั้นลอยส่วนที่เกินจากแบบที่ได้รับอนุญาต ถ้าจำเลยไม่รื้อถอนให้โจทก์เป็นผู้รื้อถอนโดยจำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายและให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 1,000 บาท ต่อมาศาลชั้นต้นได้ออกคำบังคับและหมายบังคับคดีตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเข้ายึดอาคารพิพาทของจำเลยและจัดการให้โจทก์รื้อถอนอาคารตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องว่าโจทก์ไม่อาจร้องขอให้บังคับคดีแก่จำเลยได้ เนื่องจากโจทก์บังคับคดีแก่จำเลยเกิน 10 ปี นับแต่คดีถึงที่สุด และการรื้อถอนอาคารพิพาทเป็นเหตุสุดวิสั