ฟ้องโจทก์ขาดอายุความเนื่องจากโจทก์รู้ถึงการละเมิดและมีสิทธิฟ้องคดีตั้งแต่ปี 2520 หรืออย่างช้าไม่เกินปี 2527 แต่โจทก์เพิ่งยื่นฟ้องในปี 2539 เกินระยะเวล
อายุความเริ่มนับแต่ขณะที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้ (ป.พ.พ. มาตรา 193/12) และสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิดขาดอายุความเมื่อพ้นหนึ่งปีนับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน หรือเมื่อพ้นสิบปีนับแต่วันทำละเมิด (ป.พ.พ. มาตรา 448 วรรคแรก)
พิพากษายืนตามศาลล่างทั้งสองว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ และให้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาเป็นพับ
โจทก์ได้รับหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดินใกล้เคียงที่ดินพิพาทตั้งแต่ปี 2520 โดยระบุที่ดินข้างเคียงเป็นที่ราชพัสดุ และโจทก์ถูกดำเนินคดีข้อหาบุกรุกที่ดินพิพาทตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม 2527 แต่โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2539 ซึ่งล่วงเลยเวลาประมาณ 12 ปี
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6225/2551นายสมชัย จึงประเสริฐโจทก์กรมที่ดิน กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 193/12, ม. 448 วรรคแรก ป.วิ.พ. ตาราง 1 (1) (ก)โจทก์รู้ว่าตนถูกโต้แย้งสิทธิและมีสิทธิฟ้องคดีขอให้เพิกถอนที่ดินพิพาทพ้นจากที่ราชพัสดุและเรียกร้องค่าเสียหายได้ตั้งแต่โจทก์ได้รับหนังสือรับรองการทำประโยชน์เมื่อปี 2520 หรืออย่างช้าไม่เกินปี 2527 ซึ่งเป็นปีที่โจทก์ถูกดำเนินคดีข้อหาบุกรุกที่ดินพิพาท เมื่อโจทก์เพิ่งจะยื่นคำฟ้องคดีนี้เรียกร้องค่าเสียหายต่อศาลแพ่งเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2539 ก็ถือเป็นการฟ้องคดีต่อเนื่องจากการที่โจทก์ถูกโต้แย้งสิทธิและมีสิทธิฟ้องคดีได้ อันเป็นระยะเวลาล่วงเลยมาถึงประมาณ 12 ปีเป็นอย่างน้อย คดีของโจทก์จึงขาดอายุความฟ้องร้องแล้ว หาใช่สิทธิเรียกร้องที่เกิดขึ้นโดยคำพิพากษาของศาลที่ถึงที่สุดดังที่โจทก์ฟ้องไม่ ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ คำฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์ว่า ฟ้องโจทก์ไม่ขาดอายุความ และมีคำขอด้วยว่า เพื่อมิให้คดีต้องล่าช้าเสียเวลา ขอศาลอุทธรณ์ได้โปรดวินิจฉัยในประเด็นข้ออื่น ๆ ที่ศาลชั้นต้นยังไม่ได้วินิจฉัยไปเสียเลยทีเดียวโดยไม่ต้องย้อนสำนวนแล้วพิพากษากลับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าเสียหายเต็มตามฟ้องแก่โจทก์ รวมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมโดยกำหนดค่าทนายความอัตราขั้นสูงแก่โจทก์ด้วย อุทธรณ์ของโจทก์จึงเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ จึงต้องคิดค่าขึ้นศาลตามทุนทรัพย์ในศาลชั้นต้นตามบัญชีท้าย ป.วิ.พ. ตาราง 1 ข้อ (1) (ก)โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินค่าเสียหายดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้น เห็นว่า คำฟ้องของโจท