ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 748/2551

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการกำหนดค่าทนายความในศาลชั้นต้นว่าสูงเกินควรหรือไม่ และการกำหนดค่าจ้างตามสัญญาจ้างทำของ

หลักกฎหมาย

อัตราค่าทนายความตามตาราง 6 ท้าย ป.วิ.พ. กำหนดตามทุนทรัพย์แห่งคดี ไม่ใช่ตามทุนทรัพย์ที่ชนะคดี แม้ค่าทนายความที่ศาลชั้นต้นกำหนดจะไม่ขัดต่อกฎหมาย แต่ศาลมีอำนาจใช้ดุลพินิจตาม ป.วิ.พ. มาตรา 161 วรรคหนึ่ง โดยคำนึงถึงเหตุสมควรและความสุจริตในการดำเนินคดี เพื่อกำหนดค่าทนายความให้เหมาะสมแก่รูปคดี

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงิน 100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 19 มิถุนายน 2543) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นตามทุนทรัพย์ที่ชนะคดีในชั้นฎีกาโดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องเรียกค่าจ้างตามสัญญาจ้างทำของ 7,000,000 บาท จำเลยต่อสู้ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระ 3,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย และกำหนดค่าทนายความ 30,000 บาท ศาลอุทธรณ์ภาค 7 แก้เป็นให้จำเลยชำระ 300,000 บาท ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ความสำเร็จของงานมิได้เกิดจากโจทก์โดยลำพัง โจทก์ปฏิบัติงานประมาณ 2 เดือ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 748/2551นายสหเทพ ธนปฐมสินชัยโจทก์นางสาวอุทัยวรรณ ปฐมวัฒนานุรักษ์จำเลย ป.วิ.พ. ม. 161, ตาราง 6 ท้าย ป.วิ.พบทบัญญัติตามตาราง 6 ท้าย ป.วิ.พ. อัตราค่าทนายความกำหนดตามทุนทรัพย์แห่งคดีหาใช่กำหนดตามทุนทรัพย์ที่ชนะคดีไม่ ที่ศาลชั้นต้นกำหนดค่าทนายความจำนวน 30,000 บาท ซึ่งเป็นอัตราร้อยละ 0.43 โดยประมาณ จากทุนทรัพย์ 7,000,000 บาท และอยู่ในเกณฑ์ระหว่างอัตราขั้นต่ำ 600 บาท ถึงอัตราขั้นสูง 350,000 บาท ตามกฎหมาย จึงถือมิได้ว่าศาลชั้นต้นกำหนดค่าทนายความโดยมิชอบด้วยกฎหมาย แต่อย่างไรก็ตาม การที่ศาลจะกำหนดความรับผิดชั้นที่สุดของคู่ความในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมซึ่งโดยหลักต้องตกแก่คู่ความฝ่ายที่แพ้คดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 161 วรรคหนึ่ง นั้น บทบัญญัติวรรคดังกล่าวให้ศาลมีอำนาจใช้ดุลพินิจได้โดยคำนึงถึงเหตุสมควรและความสุจริตในการสู้ความหรือการดำเนินคดีของคู่ความทั้งปวง และเมื่อค่าทนายความเป็นค่าฤชาธรรมเนียมประเภทหนึ่งตามที่บัญญัติในวรรคสองของมาตราเดียวกัน แม้ค่าทนายความจำนวน 30,000 บาท ที่ศาลชั้นต้นกำหนดจะไม่ขัดต่อกฎหมาย แต่ศาลฎีกาพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีตลอดถึงเหตุสมควรและความสุจริตในการดำเนินคดีของคู่ความทั้งสองฝ่ายแล้ว เห็นว่า ศาลชั้นต้นกำหนดค่าทนายความให้แก่โจทก์สูงมากเกินควร ศาลฎีกาเห็นสมควรกำหนดเสียใหม่ให้เหมาะสมแก่รูปคดีโจทก์ฟ้องว่า จำเลยว่าจ้างโจทก์ให้ดำเนินการเกี่ยวกับคดีที่จำเลยซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการและหุ้นส่วนผู้จัดการของบริษัทชาญชัยค้าเหล็ก จำกัด และห้างหุ้นส่วนจำกัดอรุณศิลป์มีเดียร้องทุกข์กล่าวหาว่านายชาญชัยยักยอกทรัพย์สินของบริษัทและห้างหุ้นส่วนจำกัดดังกล่าว และให้โจทก์ดำเนินการระงับข้อพิพาทรวมทั้งดำเนินการให้เป็นไปตามข้อตกลงเพื่อระงับข